|

ตอบชัด! ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม? รู้ก่อนฉีด ลดกังวลได้จริง

ตอบชัด ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม รู้ก่อนฉีด ลดกังวลได้จริง

สำหรับใครที่รู้สึกว่าหน้าผากแบน ขาดความโค้งมน หรือมีร่องลึกจนทำให้ใบหน้าดูมีอายุ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้นได้อย่างเห็นผล แต่สิ่งที่หลายคนกังวลก่อนตัดสินใจคือเรื่อง “ความเจ็บปวด” ซึ่งมักเกิดคำถามยอดฮิตในใจว่า “ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม?” จะรู้สึกเพียงเล็กน้อยเหมือนมดกัด หรือเจ็บจนทนไม่ไหวกันแน่

เพื่อช่วยให้คุณคลายความกังวล Reverie Clinic ได้รวบรวมคำตอบและข้อมูลจากประสบการณ์จริงมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ ก่อนตัดสินใจเสริมความงามในครั้งนี้ค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่ได้ช่วยแค่ทำให้หน้าผากนูนขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาได้หลายด้านเลยค่ะ

  1. ปรับรูปหน้าให้มีมิติ
    ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากแบน หน้าผากตัด หรือหน้าผากยุบ ให้ดูโค้งมนรับกับจมูกและคาง ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสมดุลยิ่งขึ้น
  2. เติมเต็มร่องลึกและรอยบุ๋ม
    ช่วยเติมเต็มบริเวณแอ่ง ร่องเหนือคิ้ว หรือรอยบุ๋มจากกระดูกยุบตัว ให้ผิวเรียบเนียนเสมอกัน
  3. ลดเลือนริ้วรอย
    ริ้วรอยและรอยย่นบนหน้าผากดูจางลง ผิวดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังทำ
  4. เสริมโหงวเฮ้ง
    ปรับหน้าผากให้ดูโหนกนูน อิ่มเอิบ ตามความเชื่อด้านโหงวเฮ้ง ช่วยเสริมบารมีและการรับทรัพย์
  5. ช่วยให้หน้าดูเด็กลง
    การเติมวอลลุ่มที่หายไปช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ทำให้ใบหน้าดูละมุนและสดใสขึ้น
  6. ผิวดูฉ่ำและชุ่มชื้นขึ้น
    ด้วยคุณสมบัติของกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าผาก ดูฉ่ำน้ำ สุขภาพดี และถ่ายรูปออกมาสวยค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม?

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม? คำตอบคือ คุณอาจมีความรู้สึกตึงหรือปวดเล็กน้อย แต่เป็นระดับที่ทนได้สบาย ๆ โดยผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์หน้าผากส่วนใหญ่มักบอกตรงกันว่า เจ็บน้อยกว่าที่คิด และหลายคนถึงกับบอกว่าเจ็บน้อยกว่าการกดสิวอีกค่ะ

ระดับความรู้สึกขณะฉีด

หากให้ประเมินระดับความเจ็บจาก 10 คะแนน โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 คะแนน เท่านั้น ซึ่งความรู้สึกระหว่างทำสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงหลัก ๆ คือ

  • ช่วงฉีดยาชา
    จะรู้สึกจี๊ดเล็กน้อย คล้ายมดกัด และหายไปอย่างรวดเร็ว
  • ช่วงฉีดฟิลเลอร์
    จะรู้สึกตึง ๆ หน่วงบริเวณหน้าผาก หรืออาจได้ยินเสียงกึกกักเบา ๆ (ซึ่งเป็นเสียงเข็มสัมผัสกับชั้นผิว) ถือว่าเป็นอาการปกติ ไม่อันตราย

โดยรวมแล้ว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความเจ็บปวดรุนแรง แต่เป็นเพียงความรู้สึกตึงและการรับรู้ว่ามีการทำหัตถการใต้ผิวหนังเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลจนเกินไป

ทำไมแต่ละคนรู้สึกเจ็บไม่เท่ากัน

หลายคนอาจสังเกตว่าการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากของแต่ละคนให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน บางคนบอกว่าสบายมาก ขณะที่บางคนรู้สึกตึงหรือจี๊ดกว่าที่คิด สาเหตุหลักมาจาก ระดับความอดทนต่อความเจ็บปวด ของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ความตื่นเต้นและความกังวล ก็มีผลโดยตรง หากร่างกายเกร็งหรือเครียดมาก ความรู้สึกเจ็บจะถูกขยายให้รับรู้ชัดขึ้น ดังนั้น หากเตรียมตัวให้ผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย ๆ และไม่กังวลจนเกินไป ก็จะช่วยลดความเจ็บและทำให้ประสบการณ์การฉีดสบายขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัดค่ะ


ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้สึกเจ็บ

นอกจากความรู้สึกส่วนบุคคลแล้ว ยังมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความเจ็บจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ได้แก่

  • ชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้
    ฟิลเลอร์หน้าผากระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ มักผสมยาชาไว้ในเนื้อฟิลเลอร์ ช่วยให้รู้สึกชาขณะฉีด และลดความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์
    แพทย์ที่มีประสบการณ์จะทราบตำแหน่งเส้นเลือดและเส้นประสาทอย่างแม่นยำ ใช้เทคนิคการสอดเข็มทู่ได้อย่างนุ่มนวล ลดการกระทบกระเทือนของเนื้อเยื่อ ส่งผลให้เจ็บน้อย บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • ความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล
    สภาพร่างกายในช่วงเข้ารับบริการมีผลโดยตรง เช่น ช่วงมีประจำเดือน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายอ่อนล้า อาจทำให้รู้สึกไวต่อความเจ็บมากกว่าปกติค่ะ
วิธีช่วยลดความเจ็บ ก่อนและระหว่างฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

วิธีช่วยลดความเจ็บ ก่อนและระหว่างฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเป็นไปอย่างราบรื่น และรู้สึกสบายใจมากที่สุด การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดทั้งความกังวลและความเจ็บขณะทำได้อย่างชัดเจน โดยมีแนวทางดังนี้

การเตรียมตัวก่อนฉีด

ก่อนถึงวันนัด ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงวิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด เช่น วิตามินอี และน้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ การเตรียมตัวในขั้นตอนนี้จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยช้ำและอาการระบมหลังทำได้อย่างมาก

การใช้ยาชา

คลินิกที่ได้มาตรฐานจะมีการทายาชาแบบครีมก่อนทำประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณหน้าผากชาลง และลดความรู้สึกเจ็บในช่วงเริ่มต้น นอกจากนี้ ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาฉีดยาชาเฉพาะจุดเพิ่มเติม หรือเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ผสมยาชา ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดได้เกือบทั้งหมด

การดูแลตัวเองระหว่างทำหัตถการ

ระหว่างฉีดฟิลเลอร์ ควรพยายามผ่อนคลาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้อหน้าผาก หายใจเข้าออกลึก ๆ ช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอ หรือใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น การบีบลูกบอลยางที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย แพทย์ทำงานได้สะดวก และช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดลงได้อย่างเห็นได้ชัดค่ะ


หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ยังเจ็บหรือปวดต่อเนื่องไหม

แม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันที แต่หลายคนยังคงกังวลเรื่องอาการเจ็บหรือปวดหลังทำ มาดูกันว่าอาการแบบไหนถือว่าปกติ และแบบไหนที่ควรระวัง

อาการปกติที่พบได้หลังฉีด

หลังยาชาหมดฤทธิ์ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง อาจเริ่มรู้สึกตึงหรือหน่วงบริเวณหน้าผากเล็กน้อย บางคนอาจมีอาการบวมเล็กน้อย คล้ายโดนกระแทกเบา ๆ รวมถึงรอยเข็มหรือรอยช้ำจาง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นอาการปกติจากการที่เนื้อเยื่อถูกกระตุ้น และมักไม่รุนแรง

ระยะเวลาที่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น

อาการตึง บวม หรือระบม จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3-7 วัน หากรู้สึกไม่สบาย สามารถรับประทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำแพทย์ได้ ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณหน้าผาก รวมถึงงดของหมักดองและแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น

อาการแบบไหนที่ควรเฝ้าระวังและรีบพบแพทย์

หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติ ปวดแสบปวดร้อน ผิวบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ มีอาการบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีตุ่มหนอง ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น การอุดตันของเส้นเลือดหรือการติดเชื้อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนค่ะ


ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เทียบกับตำแหน่งอื่น เจ็บต่างกันหรือไม่

หากเปรียบเทียบระดับความเจ็บของการฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า บริเวณ หน้าผากจะอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ได้เจ็บมากอย่างที่หลายคนกังวล

โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ริมฝีปาก มักเจ็บที่สุด เนื่องจากมีเส้นประสาทหนาแน่น รองลงมาคือ บริเวณคาง ส่วนการฉีด ฟิลเลอร์หน้าผาก จะให้ความรู้สึกตึงหรือหน่วงมากกว่าความเจ็บ เพราะเป็นพื้นที่กว้างและอยู่ใกล้ชั้นกระดูก ขณะที่ ใต้ตาและร่องแก้ม มักรู้สึกเจ็บน้อยกว่าหน้าผากเล็กน้อย

ความรู้สึกที่แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง เกิดจากความหนาแน่นของเส้นประสาทและความบอบบางของผิวที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม ลูกค้าไม่ต้องกังวล เพราะแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคการฉีดและวิธีระงับความเจ็บที่เหมาะสมกับแต่ละบริเวณ เพื่อให้การฉีดเป็นไปอย่างสบายและผ่อนคลายที่สุดค่ะ

เติมหน้าผากละมุน

ใครบ้างที่ควรใส่ใจเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษก่อนฉีดฟิลเลอร์

แม้การฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่เจ็บน้อยและอยู่ในระดับที่ทนได้ แต่บางกลุ่มอาจต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเรื่องความเจ็บเป็นพิเศษ เพื่อให้การทำเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายใจมากขึ้น

  • ผู้ที่กลัวเข็มหรือกังวลเรื่องความเจ็บปวด
    ควรแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเพิ่มระยะเวลาในการแปะยาชา หรือประคบเย็นอย่างเหมาะสมก่อนเริ่มหัตถการ ช่วยให้ผิวหนังชาและลดความรู้สึกไม่สบายขณะฉีดได้มากที่สุด
  • ผู้ที่มีความไวต่อความรู้สึกเจ็บเป็นพิเศษ
    อาจพิจารณารับประทานยาบรรเทาอาการปวดล่วงหน้าก่อนทำหัตถการ ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย
  • ผู้ที่ไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน
    ความกังวลส่วนใหญ่มักเกิดจากความไม่คุ้นเคย การศึกษาข้อมูลล่วงหน้า การอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยทำจริง หรือการชมวิดีโอขั้นตอนการฉีด จะช่วยลดความตื่นเต้นและทำให้เตรียมใจรับประสบการณ์จริงได้ดีขึ้น

สรุป

โดยสรุปแล้ว คำถามที่หลายคนกังวลว่า ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เจ็บไหม? คำตอบคือ เจ็บเพียงเล็กน้อย และอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย ความรู้สึกที่พบส่วนใหญ่มักเป็นอาการตึงหรือหน่วงเล็กน้อย ซึ่งแลกมากับผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ทั้งหน้าผากที่ดูนูนสวย มีมิติ รับกับรูปหน้า และความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดทั้งความเจ็บและความเสี่ยง คือการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรอง และทำหัตถการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและปลอดภัยที่สุด

ที่ Reverie Clinic เราเข้าใจความกังวลของลูกค้าเป็นอย่างดี ทีมแพทย์จึงใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้ยาชาคุณภาพ เทคนิคการฉีดที่นุ่มนวล ไปจนถึงการดูแลหลังทำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างมั่นใจ พร้อมรีวิวจากลูกค้าที่ไว้วางใจมากกว่า 1,000 เคส หากคุณยังลังเลหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูรีวิวฟิลเลอร์หน้าผากจากลูกค้าจริง หรือทักเข้ามาปรึกษาเราได้เลยนะคะ เพราะความสวยที่มาพร้อมความสบายใจ มีให้คุณสัมผัสได้จริงที่นี่ค่ะ

FAQ

โดยทั่วไปความเจ็บจะอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ประมาณ 3-4 จาก 10 คะแนน ช่วงที่รู้สึกจี๊ดเล็กน้อยมักเกิดตอนฉีดยาชา หลังจากนั้นจะเป็นความรู้สึกตึงหรือหน่วงเบา ๆ ขณะเติมฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นระดับที่คนส่วนใหญ่สามารถทนได้สบาย ไม่ถึงขั้นทรมานค่ะ

เพราะความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับความไวต่อความเจ็บ ความกังวลหรือความตื่นเต้นในขณะทำ รวมถึงเทคนิคการฉีดของแพทย์ หากลูกค้าผ่อนคลาย ไม่เกร็ง จะช่วยให้รู้สึกเจ็บน้อยลงได้อย่างชัดเจนค่ะ

มีค่ะ โดยปกติจะทายาชาชนิดครีมทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ และในบางกรณีอาจมีการฉีดยาชาเฉพาะจุดเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบายตลอดขั้นตอนการรักษาค่ะ

ขั้นตอนการฉีดใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ไม่รวมเวลาทายาชา ถือเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน หลังทำสามารถกลับบ้านหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ

สามารถทำได้ค่ะ แนะนำให้แจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพื่อให้ทีมงานดูแลเป็นพิเศษ เช่น ทายาชานานขึ้น ประคบเย็นก่อนเริ่ม หรือช่วยพูดคุยเบี่ยงเบนความสนใจ วิธีเหล่านี้จะช่วยลดความกังวลและทำให้การฉีดเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้นค่ะ