Oligio เจ็บไหม? คำถามยอดฮิตของคนอยากยกกระชับแต่กลัวเจ็บ

นี่คือคำถามที่หมอมักได้ยินจากคนไข้บ่อยที่สุด ก่อนเริ่มทำ Oligio หรือหัตถการใด ๆ ที่เกี่ยวกับใบหน้า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจาก Botox, HIFU, หรือเลเซอร์แบบเก่า
คำถามยอดฮิตที่คุณหมอได้รับ และ อยากจะตอบคำถามให้ชัดๆ คือ
“การทำ Oligio เจ็บไหม?”, “รู้สึกยังไง?”
และมีวิธีไหนที่ช่วยให้คุณทำใจสบายขึ้น พร้อมมั่นใจว่า สวยได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว “Oligio เจ็บไหม?” ในบทความนี้เราจะตอบคำถามนี้ พร้อมอธิบายว่า Oligio คืออะไร หลักการทำงานอย่างไร ทำไมถึงไม่เจ็บ และ FQA ที่ทุกคนไม่ควรพลาด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Oligio คืออะไร? แล้วทำไมหลายคนถึงถามว่าเจ็บไหม?
Oligio คือ เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าโดยใช้พลังงาน RF (Radio Frequency) แบบเฉพาะเจาะจง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและสลายไขมันเฉพาะจุด
หนึ่งในจุดเด่นของ Oligio คือ ความสามารถในการ ลดไขมันสะสมบริเวณที่ต้องการ เช่น แก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้น จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย
ใช้เวลาเพียง 30–60 นาที / ไม่มีแผล / ไม่ต้องดมยาสลบ
แล้วทำไมหลายคนยังกลัวว่าเจ็บ?
คำตอบคือ:
บางคนมีประสบการณ์ “HIFU เจ็บจี๊ดลึก” หรือ “Thermage เหมือนโดนดีดหนังหน้า” จึงกลัวว่า Oligio จะให้ความรู้สึกคล้ายกัน
แล้ว Oligio เจ็บไหม?
คำตอบคือ:
“ไม่ถึงกับเจ็บ แต่จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือร้อนลึกใต้ผิว ซึ่งทนได้แน่นอน”
ในบางจุดที่ไขมันสะสมเยอะ เช่น เหนียง หรือกรอบหน้า คุณอาจรู้สึก “ร้อนลึก” มากกว่าบริเวณอื่น ซึ่งเป็น สัญญาณดี ว่าพลังงานกำลังทำงานได้ตรงจุด
แต่โดยรวมถือว่า
- ไม่แสบ ไม่จี๊ด ไม่สะดุ้งเหมือน HIFU
- ไม่ต้องทายาชา
- ไม่บวม ไม่แดงหลังทำ
หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พลังงานจะถูกปรับให้เหมาะกับผิวแต่ละคน ทำให้รู้สึกสบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องกลัว

เสียงจากคนไข้จริง: “ตอนแรกก็กลัว แต่สุดท้ายแค่อุ่น ๆ”
“เคยทำเครื่อง RF รุ่นก่อน แล้วร้องไห้เลย แต่ตอนทำ Oligio คือแค่รู้สึกอุ่น ๆ เหมือนโทรศัพท์แนบที่หน้า ไม่เจ็บเลยค่ะ!” — คุณอิง (อายุ 36)

หลักการทำงานของ Oligio และทำไมถึงไม่เจ็บ?
Oligio ใช้คลื่น RF ที่ควบคุมพลังงานอย่างแม่นยำ ส่งผ่านหัวเครื่องไปยังผิวบริเวณเป้าหมายโดยตรง เพื่อให้ความร้อนลงไปที่ชั้นไขมันและชั้นผิวหนังลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก
เหตุผลที่ทำไม Oligio ถึงไม่เจ็บ:
- คลื่น RF ไม่ทำลายผิวชั้นบน:
คลื่นจะลงลึกถึงชั้นไขมันและผิวหนังส่วนลึกโดยไม่ทำให้ผิวด้านบนไหม้หรือแสบ
- ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ:
เครื่องจะรักษาระดับความร้อนให้อยู่ในช่วงปลอดภัยและเหมาะสมกับผิวของแต่ละคน
- มีเครื่องเป่าลมเย็นช่วยลดอาการร้อน:
ขณะที่คลื่น RF ทำงานจะมีลมเย็นเป่าไปยังผิวหนังบริเวณที่รักษา เพื่อลดอุณหภูมิและความร้อน ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ลดอาการแสบร้อนและตึงผิวระหว่างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ไม่ต้องใช้ยาชาหรือฉีด:
เนื่องจากความรู้สึกระหว่างทำอยู่ในระดับอุ่น ๆ สบาย ๆ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา
ด้วยเหตุนี้ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายและแทบไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ Oligio

ขั้นตอนการทำ Oligio
การทำ Oligio เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ใช้เวลาสั้น ๆ และไม่ยุ่งยาก ดังนี้
- ปรึกษาและวางแผนการรักษา
แพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข เพื่อเลือกบริเวณและเทคนิคที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิวหน้า
เช็ดทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะทำ
- ทาเจลนำคลื่น
เจลจะช่วยให้คลื่น RF กระจายได้ดีและลดแรงเสียดสีบนผิว
- เริ่มทำด้วยหัวเครื่อง Oligio
แพทย์จะขยับหัวเครื่องไปตามบริเวณที่ต้องการ โดยมีลมเย็นเป่าร่วมไปด้วย ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อนเกินไป
- ทำความสะอาดหลังทำ
เช็ดเจลออก สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ระยะเวลา: โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที ขึ้นกับจำนวนบริเวณที่รักษา
Oligio สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง?
- แก้มเพื่อลดแก้มใหญ่
- เหนียงใต้คาง
- กรอบหน้าให้ชัดเจน
- ร่องแก้มให้ตื้นขึ้น
- ลำคอเพื่อกระชับผิว

สามารถทำ Oligio ควบคู่กับหัตถการอื่นได้ไหม?
คำตอบคือ สามารถทำได้ นั้นเอง การทำ Oligio สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะหัตถการที่เน้นการปรับรูปหน้า ยกกระชับ หรือฟื้นฟูสภาพผิว ซึ่งจะช่วย เสริมประสิทธิภาพและผลลัพธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ตัวอย่างหัตถการที่สามารถทำควบคู่กับ Oligio ได้ เช่น:
- Botox – ช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น เมื่อทำร่วมกับ Oligio จะเห็นผลการยกกระชับที่เด่นชัดและยาวนานยิ่งขึ้น
- Filler – เติมเต็มร่องลึกหรือเพิ่มมิติให้ใบหน้า ร่วมกับ Oligio ที่ช่วยยกกระชับ ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- โปรแกรม ทรีตเมนต์บำรุงผิว/ โปรแกรม IV Drip – วิตามินผิว ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส ชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูสุขภาพดีครบด้าน
ทำควบคู่ยังไงให้ปลอดภัยที่สุด?
- ควร ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนลำดับการทำ และเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับสภาพผิว
- ควรเว้นระยะหัตถการบางชนิด 3–7 วันตามคำแนะนำ (เช่น Filler ควรให้เข้าที่ก่อนทำยกกระชับซ้ำ)
คำถามที่พบบ่อย ( FQA )
Oligio เจ็บไหม?
ไม่เจ็บค่ะ รู้สึกเพียงอุ่นเล็กน้อยใต้ผิว พร้อมมีลมเย็นช่วยเป่าตลอดการทำ ทำให้รู้สึกสบายแม้กับคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือกลัวเจ็บ
ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
เห็นผลกระชับทันทีบางส่วนหลังทำครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ชัดเจนใน 1–2 เดือน แนะนำทำทุก 2–3 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง
ต้องพักฟื้นไหม?
ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่มีรอยแดงหรือบวมชัดเจน และยังสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ
Oligio ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
สามารถทำควบคู่กับ Botox, Filler หรือทรีตเมนต์ผิวได้อย่างปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
เหมาะกับใครบ้าง?
Oligio เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใบหน้า เช่น แก้ม เหนียง หรือบริเวณกรอบหน้า ต้องการให้หน้าเรียว กระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือฉีดยา นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่าย ต้องการวิธีที่ไม่เจ็บและปลอดภัยในการดูแลผิว
ทำ Oligio ได้บริเวณไหนบ้าง?
นอกจากใบหน้า Oligio ยังสามารถทำบริเวณลำคอ หรือส่วนอื่น ๆ ที่มีไขมันสะสมและผิวหย่อนคล้อย เช่น ใต้คาง และกรอบหน้า ช่วยให้ผิวตึงกระชับในหลายจุดตามต้องการ
มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือมีโรคประจำตัวบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ และควรทำกับคลินิกที่มีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการทำหัตถการซ้ำ ๆ เกินความจำเป็นเพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
สรุป Oligi
o เจ็บไหม อยากหน้าเรียวแต่กลัวเจ็บ
Oligio เจ็บไหม ? หากคุณอยากดูดีแต่กลัวความเจ็บ Oligio คือเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ที่สุดในยุคนี้ สบายระหว่างทำ เห็นผลจริง และไม่ต้องพักฟื้น อย่ารอให้หน้าหย่อนคล้อยไปมากกว่านี้!! ด้วยความสบายระหว่างทำและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ พร้อมระบบลมเย็นช่วยลดอาการร้อนระหว่างทำ ทำให้หลายคนมั่นใจและเลือกใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง
แอดไลน์ @reveriebkk เพื่อปรึกษาทีมแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
