|

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม ต้องใช้กี่ CC ถึงเห็นผลสวยและปลอดภัย

ฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม กี่ CC ถึงเห็นผลดีและปลอดภัย

เคยไหมคะ มองกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าผากแบน ขาดมิติ หรือมีร่องลึก จนทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูมีอายุขึ้นโดยไม่รู้ตัว การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่อยากเติมเต็มรูปหน้าให้ดูละมุน สมดุล และสดใสมากขึ้น แต่คำถามที่หลายคนกังวลไม่แพ้กันก็คือ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม? และ ต้องใช้กี่ CC ถึงจะเห็นผลสวยพอดี? โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวหรือประสบการณ์เกี่ยวกับผลข้างเคียงให้ได้ยินอยู่บ่อย ๆ ยิ่งทำให้ลังเลก่อนตัดสินใจ

ที่ Reverie Clinic เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม เทคนิคการฉีด ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนทำ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ พร้อมดูแลความสวยได้อย่างสบายใจมากขึ้นค่ะ

โปรแกรม Angel Curve

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือ การเติมสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปบริเวณหน้าผาก เพื่อช่วยปรับรูปทรงและแก้ไขปัญหาที่พบบ่อย เช่น หน้าผากแบน หน้าผากยุบ หรือมีร่องลึก ให้หน้าผากดูโค้งรับกับใบหน้า มีมิติ และดูละมุนมากขึ้น

ฟิลเลอร์ HA เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายได้เองตามเวลาและไม่ทิ้งสารตกค้าง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้หน้าผากดูอิ่มฟู เรียบเนียน และสดใสขึ้น

เมื่อเทียบกับการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่ต้องผ่าตัด เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที อีกทั้งยังปรับแต่งรูปทรงได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและเหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคนค่ะ

การฉีดเติมหน้าผาก

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม

หลายคนมักกังวลว่า การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม ขอตอบตรง ๆ ว่า ไม่อันตราย หากทำโดย แพทย์เฉพาะทาง ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคใบหน้าอย่างละเอียด มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ และเลือกใช้ ฟิลเลอร์แท้ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย.

อย่างไรก็ตาม บริเวณหน้าผากเป็นจุดที่มีเส้นเลือดสำคัญอยู่หลายเส้น หากฉีดผิดชั้น ผิดตำแหน่ง หรือมีการฉีดเข้าไปในหลอดเลือดโดยตรง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น เนื้อเยื่อขาดเลือด หรือส่งผลต่อการมองเห็น

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความชำนาญของแพทย์ การประเมินใบหน้าอย่างรอบคอบ และการเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมีความปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนอย่างแท้จริงค่ะ

สาเหตุที่ทำให้อันตราย (กรณีไม่ได้มาตรฐาน)

ภาวะอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก มักเกิดจากการเลือกใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การฉีดโดยแพทย์ที่ขาดความรู้ด้านกายวิภาคของเส้นเลือด หรือที่หลายคนเรียกว่า “หมอกระเป๋า” ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง อาจทำให้เกิดการอุดตัน ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดและเกิดเนื้อตาย และในกรณีรุนแรงที่สุดอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้

นอกจากนี้ การใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้เอง ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว เช่น

  • การอักเสบเรื้อรัง
  • เกิดก้อนแข็ง
  • ฟิลเลอร์ไหลย้อยผิดรูป

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้มักแก้ไขได้ยาก ต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อน เจ็บตัว และใช้เวลานาน เช่น การขูดหรือการสลายฟิลเลอร์

ดังนั้น การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่น่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน และใช้ฟิลเลอร์แท้ จึงถือเป็นปราการด่านแรกของความปลอดภัย และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างมั่นใจค่ะ


ปริมาณฟิลเลอร์หน้าผากที่เหมาะสม (กี่ CC?)

คำถามยอดฮิตของหลายคนคือ “ต้องฉีดกี่ CC ถึงจะสวย?” ซึ่งจริง ๆ แล้ว ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมไม่ได้มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับทั้งโครงสร้างหน้าผากเดิม และความต้องการของแต่ละคนค่ะ

  • หน้าผากยุบเล็กน้อย หรือเน้นเติมริ้วรอยเฉพาะจุด มักใช้ประมาณ 1-3 CC เพื่อช่วยให้หน้าผากดูเรียบเนียนและมีมิติมากขึ้น
  • หน้าผากแบนราบมาก หรืออยากสร้างทรงนูนสวยสไตล์สายฝอ เพื่อให้รับกับรูปหน้าและโหงวเฮ้ง อาจใช้ประมาณ 5-10 CC

ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละเคส เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ดูบวม ปูด หรือผิดสัดส่วน เช่น หน้าผากลอยหรือคล้ายปลาทอง โดยจะเน้นให้รูปทรงหน้าผากดูพอดี กลมกลืนกับใบหน้า และสวยได้อย่างมั่นใจค่ะ

ข้อดีของการเติมฟิลเลอร์หน้าผาก

ข้อดีของการเติมฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากไม่ได้ช่วยแค่ทำให้หน้าผากดูนูนสวยขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมภาพรวมของใบหน้าให้ดูดีขึ้นในหลายด้าน มาดูกันว่าข้อดีมีอะไรบ้างค่ะ

1. ช่วยเติมเต็มหน้าผากให้ดูโค้งสวย มีมิติ

สำหรับคนที่มีหน้าผากแบน หน้าผากตัด หรือมีร่องบุ๋ม ฟิลเลอร์จะช่วยเสริมโครงสร้างใต้ผิว ยกผิวและปรับรูปทรงให้โค้งมน รับกับแนวสันจมูกและคาง ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ สมดุล และดูละมุนขึ้น ไม่ว่าจะมองมุมไหนหรือถ่ายรูปก็ช่วยให้หน้าดูเด่นขึ้น

2. ลดเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

ริ้วรอยหรือร่องลึกบริเวณหน้าผากที่เกิดจากการแสดงสีหน้าหรือวัยที่เพิ่มขึ้น สามารถเติมเต็มได้ด้วยฟิลเลอร์ ช่วยยกร่องให้ตื้นขึ้น ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับ โดยไม่ทำให้หน้าดูแข็งเหมือนบางเคสที่ใช้โบท็อกซ์ จึงยังแสดงสีหน้าได้อย่างสบาย ๆ

3. ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสขึ้น

หน้าผากที่เรียบและได้สัดส่วนเป็นจุดสำคัญที่ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัย การเติมฟิลเลอร์หน้าผากช่วยปรับภาพรวมให้หน้าดูเด็กลง ลดความดูเหนื่อยหรือโทรม ทำให้ใบหน้าดูสดใส เปล่งปลั่ง เหมือนได้พักผ่อนมาอย่างเต็มที่ เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างชัด

4. ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาทำน้อย และฟื้นตัวเร็ว

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดหรือกังวลเรื่องความเจ็บปวด ใช้เวลาทำประมาณ 30-45 นาที เจ็บน้อยมาก (รู้สึกเพียงเล็กน้อยขณะฉีดยาชา) และแทบไม่เกิดรอยแผลหลังทำ ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานต่อได้ทันที สะดวกและรวดเร็วกว่าการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนอย่างชัดเจน

5. รู้สึกถึงความกระชับของผิวหลังทำ

ฟิลเลอร์รุ่นใหม่มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำและส่งเสริมการฟื้นฟูคอลลาเจนในผิวอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวบริเวณหน้าผากดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผิวไม่แห้งกร้าน ดูสุขภาพดี และยังช่วยให้การแต่งหน้าติดทน เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย

6. สามารถปรับรูปทรงให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคนได้

การฉีดฟิลเลอร์เป็นการออกแบบรูปทรงเฉพาะบุคคล แพทย์เฉพาะทางสามารถประเมินและออกแบบหน้าผากให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้าของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นทรงโค้งละมุนแบบเกาหลี หรือทรงนูนมีมิติสไตล์ตะวันตก ก็สามารถปรับระดับและรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ แตกต่างจากซิลิโคนที่มีรูปทรงตายตัวและแก้ไขได้ยาก

ฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?

ฟิลเลอร์หน้าผาก เหมาะกับใครบ้าง?

หากคุณกำลังพิจารณาการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ลองเช็กดูว่ามีปัญหาหรือความต้องการเหล่านี้หรือไม่ เพราะฟิลเลอร์หน้าผากอาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ค่ะ

  • หน้าผากแบนราบหรือยุบตัว
    ทำให้ใบหน้าดูขาดมิติ มองด้านข้างแล้วหน้าผากดูตรงทื่อ ไม่รับกับโครงหน้า ฟิลเลอร์ช่วยปรับให้หน้าผากดูโค้งละมุนมากขึ้น
  • มีริ้วรอยหรือร่องลึกบริเวณหน้าผาก
    ริ้วรอยทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องลึก ให้ผิวดูเรียบเนียนและดูสดใสขึ้น
  • ต้องการหน้าผากโค้งมน ได้สัดส่วน
    ช่วยปรับรูปทรงหน้าผากให้รับกับใบหน้าโดยรวม เสริมภาพลักษณ์ให้ดูอ่อนหวานและสมดุลมากขึ้น
  • อยากปรับลุคให้ดูอ่อนวัยโดยไม่ต้องผ่าตัด
    เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว และไม่อยากพักฟื้นนาน
  • ต้องการเห็นผลหลังทำ และมีเวลาจำกัด
    หลังฉีดสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกพักฟื้น
  • มีรอยบุ๋มหรือหลุมเล็ก ๆ บนหน้าผาก
    เช่น จากอุบัติเหตุหรือแผลเป็นเก่า ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้นค่ะ

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนตัดสินใจทำ

การเตรียมตัวที่เหมาะสมก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หัตถการเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยง และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามความคาดหวังค่ะ

  1. ปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
    แพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม รวมถึงความเสี่ยงเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า
  2. งดยาและอาหารเสริมบางชนิด
    เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา หรือสมุนไพรบางประเภท อย่างน้อย 7 วันก่อนทำ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิว
  3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
    อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำหัตถการ เพื่อช่วยลดการไหลเวียนของเลือดที่มากเกินไป และลดความเสี่ยงของอาการบวมช้ำ
  4. ดูแลและทำความสะอาดผิวหน้า
    หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนา งดการสครับหรือทรีตเมนต์ที่รุนแรงก่อนเข้ารับการฉีด เพื่อให้ผิวอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด
  5. แจ้งประวัติสุขภาพอย่างละเอียด
    รวมถึงโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา การตั้งครรภ์ หรือประวัติการทำศัลยกรรมและหัตถการอื่น ๆ ก่อนหน้า เพื่อให้แพทย์ประเมินได้อย่างครบถ้วน
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ
    การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี และลดโอกาสเกิดอาการบวมช้ำหลังทำค่ะ

ข้อควรปฏิบัติและการดูแลหลังฉีด

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้ดี ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง และคงผลลัพธ์สวยงามได้นานยิ่งขึ้น เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    แนะนำดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เพราะฟิลเลอร์มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ การดื่มน้ำช่วยให้ผิวหน้าผากดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเรียบเนียนมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือปั้นแต่งบริเวณที่ฉีด
    ควรงดการสัมผัสหรือกดแรง ๆ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนตัวหรือเสียรูปทรง
  • งดความร้อนจัดในช่วงแรก
    หลีกเลี่ยงการซาวน่า อบไอน้ำ เลเซอร์ หรือการตากแดดจัด ประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้ฟิลเลอร์สลายตัวเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการบวม
  • ควบคุมอาหารและเครื่องดื่ม
    งดแอลกอฮอล์ ของหมักดอง และอาหารรสจัดในช่วง 3-7 วันแรก เพื่อลดอาการบวม อักเสบ และช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • สังเกตอาการผิดปกติ
    หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงรุนแรง สีผิวซีดหรือคล้ำผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกหรือกลับมาพบแพทย์ทันที เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม

สรุป

สรุปแล้ว ฟิลเลอร์หน้าผากอันตรายไหม? คำตอบคือ ปลอดภัยค่ะ หากทำกับ แพทย์เฉพาะทาง ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองเท่านั้น การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากถือเป็นการลงทุนด้านความงามที่คุ้มค่า ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูละมุน มีมิติ และดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือเสียเวลาพักฟื้น

ที่ Reverie Clinic เราให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด ตั้งแต่การประเมินโครงสร้างหน้าผากอย่างรอบคอบ ไปจนถึงการเลือกเทคนิคการฉีดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์ที่สวยงามและกลมกลืนกับใบหน้า หากคุณยังสงสัยว่าการเติมฟิลเลอร์หน้าผากจะช่วยเสริมลุคของคุณได้มากแค่ไหน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อ ฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยอะไร หรือ ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาโดยตรงได้เลยนะคะ เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อหน้าผากสวยได้รูปและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในทุกมุมมองค่ะ

FAQ

หลังฉีดสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที หน้าผากจะดูนูนขึ้นและได้รูปมากขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อยจากยาชาและกระบวนการฉีด ซึ่งจะค่อย ๆ ลดลง และหน้าผากจะเข้าที่สวยเป็นทรงชัดเจนที่สุดภายในประมาณ 1-2 สัปดาห์

โดยทั่วไปอาการบวมเล็กน้อยจะอยู่ประมาณ 3-7 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล ผู้รับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น

ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นของฟิลเลอร์ และการดูแลหลังทำ โดยส่วนใหญ่มักอยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน และสามารถกลับมาเติมซ้ำได้เพื่อคงรูปทรงและความสวยงามอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน ได้แก่
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สาร Hyaluronic Acid
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณหน้าผาก
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือเลือดหยุดยาก
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แนะนำให้นอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนหรือเสียรูปทรง หลังจากฟิลเลอร์เข้าที่ดีแล้ว สามารถนอนตะแคงได้ตามปกติค่ะ