|

8 วิธีแก้หลั่งเร็วที่ผู้ชายต้องรู้ พร้อมสาเหตุและการป้องกันที่ได้ผลจริง!

8 วิธีแก้หลั่งเร็วที่ผู้ชายต้องรู้ พร้อมสาเหตุและการป้องกันที่ได้ผลจริง

เคยไหมครับ ที่ทุกอย่างก็จบลงแบบรวดเร็วเกินไป จนทำให้รู้สึกเสียเซลฟ์? ปัญหาหลั่งเร็ว ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เพราะนอกจากจะกระทบกับความมั่นใจแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรักได้ด้วย แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะความจริงแล้วปัญหานี้แก้ได้ และมีหลายวิธีที่ช่วยให้ควบคุมได้ดีขึ้น บทความนี้ Reverie Clinic จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจทั้งสาเหตุ พร้อมแชร์ 8 วิธีแก้ ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้คุณผู้ชายกลับมามั่นใจอีกครั้งกันครับ!

สาเหตุหลักของปัญหา หลั่งเร็ว

สาเหตุหลักของปัญหาหลั่งเร็ว คืออะไร?

ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เรามาทำความเข้าใจต้นตอกันก่อนดีกว่าครับว่าอาการนี้ มันเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง โดยหลัก ๆ แล้วแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ

  • สาเหตุทางด้านจิตใจ
    ปัญหานี้เจอบ่อยที่สุดเลยครับ โดยเฉพาะในหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งเริ่มมีประสบการณ์ หรือคนที่เป็นคนคิดมาก กังวลง่าย
  • ความเครียดและความวิตกกังวล ไม่ว่าจะมาจากเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือแม้แต่ความกังวลในห้องนอนว่าตัวเองจะทำได้ดีพอไหม ก็มีผลต่อการควบคุมการหลั่งโดยตรงเลยครับ 
  • ปัญหาความสัมพันธ์ บางครั้งการไม่เข้าใจกันกับคู่รัก หรือความรู้สึกว่าต้องแบกรับความคาดหวังสูง ๆ ก็ทำให้รีบจบเกมโดยไม่รู้ตัว
  • ประสบการณ์ในอดีต คนที่เคยมีประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดี หรือถูกสอนผิด ๆ ตั้งแต่แรก ก็อาจกลายเป็นเงื่อนไขในใจจนส่งผลมาถึงปัจจุบันได้ครับ 
  • ภาวะซึมเศร้า เรื่องนี้ก็สำคัญนะครับ เพราะมันไปกระทบสารเคมีในสมองที่ควบคุมทั้งอารมณ์และการตอบสนองทางเพศ
  • สาเหตุทางด้านร่างกาย
    สาเหตุด้านร่างกายนี้แม้จะพบได้น้อยกว่า แต่ก็ไม่ควรมองข้ามครับ เรามาดูกันว่าสาเหตุหลัก ๆ มีอะไรบ้าง?
  • ฮอร์โมนผิดปกติ ระดับฮอร์โมนบางชนิดไม่สมดุล อาจไปกระทบการควบคุมการหลั่ง
  • ความผิดปกติของสารสื่อประสาท โดยเฉพาะระดับสารเซโรโทนิน (Serotonin) ในสมองที่ต่ำเกินไป มันจะถูกเชื่อมโยงและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลั่ง
  • ระบบประสาทไวเกินไป บริเวณอวัยวะเพศมีเส้นประสาทไวต่อการสัมผัสมากกว่าปกติ ทำให้ถึงจุดสุดยอดได้เร็ว
  • การอักเสบ อย่างเช่น การอักเสบของต่อมลูกหมากหรือท่อปัสสาวะ ก็มีส่วนกระตุ้นให้การควบคุมการหลั่งยากขึ้นได้ครับ
8 วิธีแก้ปัญหาหลั่งเร็ว

8 วิธีแก้ปัญหาหลั่งเร็ว

หนุ่ม ๆ ไม่ต้องเครียดไปครับ ปัญหานี้มีวิธีแก้ได้จริง! และไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยด้วย บางเทคนิคสามารถฝึกเองที่บ้านได้ ส่วนบางอย่างอาจต้องอาศัยคุณหมอช่วยเล็กน้อย มาดูกันเลยว่ามีวิธีไหนที่สามารถลองทำได้บ้างกันครับ

1. เทคนิคบีบ (Squeeze Technique)

วิธีนี้ถือว่าเป็นสูตรเบสิคที่หลายคนใช้แล้วเวิร์กครับ หลักการง่าย ๆ คือ พอคุณรู้สึกว่าใกล้ถึงจุดสุดยอด ให้คุณหรือคู่ของคุณใช้มือบีบเบา ๆ ตรงช่วงรอยต่อระหว่างส่วนหัวกับลำของน้องชาย ค้างไว้ประมาณ 3-4 วินาที ความรู้สึกอยากหลั่งจะค่อย ๆ ลดลง จากนั้นค่อยเริ่มใหม่อีกครั้ง ลองทำซ้ำประมาณ 3-4 รอบก่อนจะปล่อยให้เสร็จจริง ๆ วิธีนี้ช่วยยืดเวลาได้เยอะเลยครับ

2. ใช้วิธี Start-Stop

เทคนิคนี้ก็ง่ายมากครับ คล้าย ๆ กับวิธีบีบ แต่ไม่ต้องใช้แรงกดใด ๆ เลย แค่กระตุ้นน้องชายไปจนใกล้ถึงจุดสุดยอด แล้วหยุดรอสักประมาณ 30 วินาทีให้ความรู้สึกตื่นเต้นลดลงก่อน จากนั้นค่อยเริ่มใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จะช่วยให้ร่างกายคุ้นเคยและค่อย ๆ ควบคุมการหลั่งได้ดีขึ้นครับ

3. ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercise)

หนุ่ม ๆ รู้ไหมครับว่า การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับผู้หญิง ผู้ชายก็ทำได้ แถมช่วยเรื่องควบคุมการหลั่งได้ดีเลยทีเดียว! วิธีง่าย ๆ คือให้ลองหากล้ามเนื้อ PC (Pubococcygeus) ซึ่งก็คือกล้ามเนื้อที่ใช้กลั้นฉี่นั่นแหละครับ

  • วิธีฝึก ขมิบกล้ามเนื้อนี้ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยคลายออก 5 วินาที นับเป็น 1 ครั้ง ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ถือเป็น 1 เซต และแนะนำให้ทำวันละ 2-3 เซต บอกเลยว่าทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลยครับ

4. ใช้ถุงยางอนามัยแบบหนา

วิธีนี้ง่ายสุด ๆ และได้ผลไวครับ แค่เลือกใช้ถุงยางอนามัยที่หนากว่าปกติ หรือแบบที่มีสารชะลอการหลั่ง (เช่น Benzocaine) ก็ช่วยลดความไวของน้องชายได้แล้ว ผลคือช่วยยืดเวลา ทำให้คุณมีเวลาสนุกและฟีลกู้ดได้นานขึ้นอีกหน่อย แบบไม่ต้องพึ่งวิธียาก ๆ เลยครับ

5. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

จริง ๆ แล้วเรื่องสุขภาพกับสมรรถภาพทางเพศมันเกี่ยวกันโดยตรงเลยครับ ถ้าร่างกายแข็งแรง น้องชายก็ทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วย ลองเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน เช่น

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพวกคาร์ดิโออย่างวิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน ช่วยให้เลือดสูบฉีดดีขึ้นมาก
  • กินอาหารมีประโยชน์ เน้นผัก, ผลไม้, โปรตีนดี ๆ และอย่าลืมอาหารที่มีสังกะสีสูง เช่น หอยนางรม ที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงสมรรถภาพ
  • พักผ่อนให้พอ ถ้านอนดึกบ่อย ๆ ฮอร์โมนรวน ความฟิตก็หายได้นะครับ
  • ลดความเครียด หาเวลาให้ตัวเองผ่อนคลาย ไม่ว่าจะฟังเพลง, ดูหนัง, นั่งสมาธิ หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ

6. ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาด้วยยา

ถ้าลองวิธีต่าง ๆ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การไปพบแพทย์คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดครับ เพราะปัจจุบันมียาที่ช่วยเรื่องนี้อยู่หลายแบบ ทั้งยาทาเฉพาะที่เพื่อลดความไว หรือยารับประทานในกลุ่ม SSRIs ที่ช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง แต่! สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามซื้อยามาลองเองเด็ดขาด เพราะอาจเจอผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ ทางที่ดีให้คุณหมอเป็นคนประเมินและสั่งจ่ายตามเหมาะสม รับรองว่าปลอดภัยและได้ผลกว่าครับ

7. เสริมความมั่นใจด้วยการปรับทัศนคติ

อย่างที่บอกไปครับ สาเหตุหลายครั้งเกิดจากความกังวลหรือความตึงเครียดในใจ ดังนั้นการปรับมุมมองนี่สำคัญมาก ลองลดความกดดันตัวเองลง อย่ามองเซ็กส์เป็นการแข่งขันหรือมีเวลาเป็นตัวตัดสิน แต่ให้มองว่ามันคือช่วงเวลาสนุกและใกล้ชิดกับคนรัก และอย่าลืมคุยกับคู่ของคุณแบบเปิดใจนะครับ จะช่วยให้ทั้งคู่เข้าใจกันมากขึ้น ความกังวลก็จะลดลงตามไปด้วย

8. การฉีดฟิลเลอร์น้องชาย

สำหรับใครที่ใจร้อน หรือรู้สึกว่าการฝึกฝนด้วยตัวเองอาจจะช้าไปไม่ทันใจ การฉีดฟิลเลอร์น้องชาย เป็นเคล็ดลับที่หนุ่ม ๆ ยุคใหม่เลือกใช้กันครับ! หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าการฉีดฟิลเลอร์น้องชายไม่ได้มีดีแค่เรื่องเพิ่มขนาดอย่างเดียว แต่มันช่วยแบบ 2-in-1 เลยก็ว่าได้ที่ตอบโจทย์ทั้งปัญหาขนาดและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดครับ

แล้วมันทำงานยังไง? ง่าย ๆ เลยครับ คุณหมอเฉพาะทางจะใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัยและมีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว มาฉีดเติมเข้าไปบริเวณผิวของอวัยวะเพศอย่างถูกวิธี มันสามารถช่วย

  • ช่วยแก้หลั่งเร็ว
    ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวบริเวณอวัยวะเพศหนาขึ้น เหมือนมีเกราะบาง ๆ คอยลดความไวของเส้นประสาท ทำให้หนุ่ม ๆ รู้สึกแต่ไม่ไวเกินไป ควบคุมเกมรักได้นานขึ้น แบบที่ไม่ต้องเกร็งหรือเครียด สามารถสนุกกับช่วงเวลาสุดพิเศษกับคู่รักได้เต็มที่มากขึ้น เห็นผลเร็วและสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยครับ 
  • ช่วยเพิ่มขนาดน้องชาย
    และแน่นอนว่านอกจากช่วยเรื่องความไวแล้ว ฟิลเลอร์ยังทำให้น้องชายดูใหญ่ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเพิ่มขนาดน้องชายและเพิ่มความมั่นใจ ไม่ว่าจะในเรื่องความรู้สึกของตัวเองหรือความประทับใจของคู่รัก อีกทั้งยังช่วยปรับสัดส่วนให้สวยงาม ดูเต็มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมของความสุขบนเตียงดีขึ้นอย่างชัดเจนแน่นอนครับ

ข้อดีสุด ๆ ของวิธีนี้คือเห็นผลลัพธ์ที่ค่อนข้างรวดเร็ว, ไม่ต้องผ่าตัด, ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและใช้ชีวิตต่อได้ทันทีมาก ๆ ครับ

วิธีการป้องกันไม่ให้หลั่งเร็ว

วิธีการป้องกันไม่ให้หลั่งเร็ว

สำหรับหนุ่มๆ ที่ยังไม่มีปัญหา หรือเริ่มดีขึ้นแล้ว การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ลองเอา 4 วิธีนี้ไปใช้เป็นเกราะป้องกันความมั่นใจของคุณ

  • ดูแลร่างกายให้ฟิตอยู่เสมอ ร่างกายที่แข็งแรงคือพื้นฐานของทุกอย่าง ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้เลือดลมสูบฉีดดี ส่วนอาหารที่มีประโยชน์ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ทั้งหมดนี้ส่งผลตรงๆ ต่อความอึดและความทนในสนามรักครับ
  • ลดหรือเลิกแอลกอฮอล์และบุหรี่ แอลกอฮอล์ทำให้ประสาทกดลง, ควบคุมยากขึ้น ส่วนบุหรี่ทำลายหลอดเลือดและลดเลือดไปเลี้ยงน้องชาย การลดสองสิ่งนี้คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสมรรถภาพระยะยาว
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างผ่อนคลาย ไม่กดดัน จำไว้ว่าเซ็กส์ไม่ใช่การแข่งขัน ลองสื่อสารกับคนรัก สร้างบรรยากาศให้สบาย ๆ และโฟกัสที่ความสุขร่วม วิธีนี้ช่วยลดความกดดันและทำให้คุณสนุกกับช่วงเวลาร่วมกันได้เต็มที่ครับ
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าปล่อยให้ปัญหานี้บั่นทอนความมั่นใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและง่ายกว่ามากครับ

สรุป

ปัญหาหลั่งเร็ว เป็นภาวะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคนเลยครับ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจสาเหตุและกล้าที่จะหาวิธีแก้ไข ซึ่งมีหลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีฝึกฝนด้วยตนเอง การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงการเข้ารับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีแก้ไขปัญหาการหลั่งอย่างตรงจุด ไม่ต้องกังวลคนเดียวครับ นัดปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางที่ Reverie Clinic เราพร้อมให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ มั่นใจได้ด้วยเคสรีวิวแน่น ๆ มากกว่า 1,000 เคส พร้อมการบริการที่อบอุ่นและเป็นกันเอง จองคิวปรึกษาเลยวันนี้!

FAQ

เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับผู้ชายหลายคนครับ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ถ้าบ่อยหรือส่งผลต่อความสัมพันธ์ ก็ควรหาวิธีจัดการอย่างเหมาะสม

มีอาหารเสริมบางชนิดช่วยบำรุงสมรรถภาพได้ แต่ยาที่ได้ผลจริงและปลอดภัยที่สุด ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ครับ การซื้อยามากินเองอาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียง

ถ้าวิธีฝึกและปรับพฤติกรรมยังไม่ช่วย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันทีครับ จะได้วินิจฉัยและเลือกการรักษาที่ตรงจุด เช่น การใช้ยา หรือหัตถการทางการแพทย์อย่างฟิลเลอร์น้องชายจะดีมาก ๆ ครับ