|

อย่าพึ่งฉีดฟิลเลอร์ถ้ายังไม่ได้อ่านบทความนี้

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ คือสารสาหรับเติมเต็มชั้นผิว ที่มีชื่อว่า ไฮยาลูโรนิค แอซิด หรือ Hyalulonic acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ผิวมีอยู่เดิมตามธรรมชาติ แต่เสื่อมสลายไปเมื่ออายุมากขึ้น HA มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำในชั้นผิว ทำให้ผิวเต่งตึงและยืดหยุ่น ตอนอายุน้อย HA ในชั้นผิวยังมีปริมาณมาก ผิวจึงยัง ชุ่มชื้น เต่งตึง อ่อนเยาว์ ไม่มีริ้วรอย

แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายเริ่มสร้าง HA น้อยลง อีกทั้ง HA เดิมยังถูกทำลายจากมลภาวะ ความเครียด สารอนุมูลอิสระ เมื่อ HA ลดลง ผิวที่เดิมเต่งตึงจึงเกิดริ้วรอยและร่องลึก ฟิลเลอร์จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทดแทน HA ในชั้นผิวที่หายไปนั่นเอง โดยเมื่อเวลาผ่านไป HA จะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง

ในทางการแพทย์มีการใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มร่องลึกตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้า เพื่อทำให้ร่องตื้นขึ้น ดูอ่อนวัย หรือใช้ฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวบนใบหน้า อีกทั้ง ฟิลเลอร์บางชนิดมีคุณสมบัติในการพยุงเส้นเอ็น

จึงสามารถนำมาใช้พยุงเส้นเอ็นบนใบหน้าที่หย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้เกิดการลิฟท์ติ้ง (Lifting effect) ยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยได้ สาหรับฟิลเลอร์เนื้อแข็งสามารถนามาใช้ทดแทนบริเวณที่มีปัญหากระดูกยุบตัวจากอายุที่มากขึ้น เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้มตอบ ขมับยุบ ทำให้ได้ผลลัพธ์ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากขึ้นหลังฉีด เป็นต้น


Filler มีกี่แบบ ยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ปัจจุบันฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย.ไทย ในท้องตลาดมีมากกว่า 20 ยี่ห้อ มีทั้งแบรนด์จากเกาหลี จีน อเมริกา สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ แต่ละแบรนด์มีข้อดี และข้อสังเกต ที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างแบรนด์ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในประเทศไทย

Restylane (Sweden)

ฟิลเลอร์มาตราฐานแบรนด์แรกของโลก ได้รับการยอมรับและใช้อย่างแพร่หลายโดยแพทย์ทั่วโลก มีจุดเด่นตรงที่มีเนื้อและรุ่นฟิลเลอร์หลากหลาย แพทย์จึงสามารถปรับเปลี่ยน เลือกรุ่นให้ตรงจุดกับปัญหาของคนไข้แต่ละคนได้ เนื้อฟิลเลอร์อยู่ได้นาน มีความคงตัวสูง มีเทคโนโลยีการผลิตโดยเฉพาะ เช่น NASHA Technology และ OBT technology รุ่นที่นิยมใช้ได้แก่

Restylane Vital light – เนื้อนิ่ม ละเอียด กระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับเติมบริเวณใต้ตา ริ้วรอยตื้นๆ ผิวชั้นตื้น Restylane Lyft – เนื้อแข็ง ปั้นทรงได้ง่าย เหมาะสำหรับเติมบริเวณ คาง ขมับ หรือเสริมขอบกรามให้เด่นชัด Restylane Kysse – เนื้อมีความคงตัวและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม เป็นทรงสวย

Juvederm (USA)

ฟิลเลอร์จากอเมริกา มีหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาใบหน้าที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล มีจุดเด่นที่เนื้อฟิลเลอร์มีความคงตัวและความยืดหยุ่นสูง กลืนไปกับชั้นผิวได้ดี จึงให้ผลลัพธ์สวยเนียนเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา ยกกระชับใบหน้าได้ดี ที่สาคัญเทคโนโลยีของ Juvederm ล่าสุด ทำให้หลังฉีดมีความบวมน้อย อีกทั้งเทคโนโลยีเฉพาะ Hylacross และ Vycoss ช่วยเสริมให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆในระดับเนื้อความแข็งเดียวกัน รุ่นที่นิยมใช้ ได้แก่

Juvederm Vobella เนื้อนิ่ม ฟู เนียนละเอียด กลืนกับผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน เหมาะกับการเติมใต้ตา และริมฝีปาก Juvederm Voluma เนื้อแข็งปานกลาง มีความคงตัวสูง ปั้นทรงได้ เหมาะสำหรับเติมบริเวณคาง ขมับ ร่องแก้ม เติมกระดูกทรุด พยุงเส้นเอ็นเพื่อยกกระชับใบหน้า

Neuramis (Korea)

ฟิลเลอร์สัญชาติเกาหลี ใช้สารตั้งต้นจากบริษัท Shiseido แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำประเทศญี่ปุ่น มีคุณภาพ และความปลอดภัยสูง นิยมใช้แพร่หลายในหลายประเทศ จุดเด่นคือเนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่น สามารถใช้เติมได้หลายบริเวณ ราคาเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ปัจจุบันในประเทศไทยมีให้เลือกสองรุ่น ซึ่งทั้งสองรุ่นเนื้อฟิลเลอร์มีความแข็งระดับปานกลางถึงมาก จึงไม่เหมาะกับการนำมาเติมบริเวณที่ผิวบาง หรือเติมผิวชั้นตื้น เช่น ใต้ตาชั้นตื้น ร่องลึกหน้าผาก อีกทั้งตัวฟิลเลอร์มีอายุบนผิวหน้าสั้นกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ

Neuramis Deep – เนื้อปานกลาง มียาชาในตัว เหมาะสาหรับเติมบริเวณ ร่องแก้ม ริมฝีปาก ใต้ตาลึก Neuramis Volume – เนื้อแข็ง ปั้นทรงได้ มียาชาในตัว เหมาะสาหรับเติมบริเวณ คาง ขมับ เติมร่องกระดูกทรุด

Filler อยู่ได้นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์จะอยู่นานหรือไม่ พิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • ยี่ห้อ : โดยทั่วไปฟิลเลอร์จากยุโรป หรือ อเมริกา จะอยู่นานกว่าฟิลเลอร์จากค่ายเอเชีย อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย
  • ความแข็งของเนื้อเจลฟิลเลอร์ : ฟิลเลอร์เนื้อแข็งจะอยู่นานประมาณ 12 ถึง 18 เดือน ส่วนฟิลเลอร์เนื้อนิ่มจะอยู่นานประมาณ 6 ถึง 12 เดือน โดยขึ้นกับปัจจัยอื่นร่วมด้วย
  • เทคโนโลยีการผลิตฟิลเลอร์ : เทคโนโลยีพิเศษของฟิลเลอร์บางยี่ห้อ มีพันธะจับกันหนาแน่น จึงทำให้เนื้อฟิลเลอร์อยู่นานเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ที่มีความแข็งเท่ากันยี่ห้ออื่นๆ
  • ความเข้มข้นของ HA : หากมีปริมาณความเข้มข้นของ HA สูง จะทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานมากขึ้น
  • การดูแลตัวเองหลังฉีด: ฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดฟิลเลอร์ออกจากร่างกายโดยธรรมชาติ ดังนั้นหลังฉีดหากทานน้าน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือทานอาหารที่กระตุ้นการอักเสบบ่อย ๆ เช่น อาหารหมักดอง รสจัด จะทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วกว่าระยะเวลาที่ควรจะเป็น รวมถึงหากมีการนวดถูบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ จะเป็นปัจจัยเร่งให้ฟิลเลอร์สลายเร็วมากขึ้น

Filler แต่ละรุ่นอยู่นานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ โดยฟิลเลอร์จะอยู่นานหรือไม่ พิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

  • Restylane Vital light – อยู่นาน 8 ถึง 10 เดือน
  • Neuramis Deep – อยู่นาน 8 ถึง 10 เดือน
  • Neuramis Volume – อยู่นาน 10 ถึง 12 เดือน
  • Juvederm Volite – อยู่นาน 8 ถึง 12 เดือน
  • Juvederm Volbella – อยู่นาน 12 เดือน
  • Juvederm Volift – อยู่นาน 12 ถึง 15 เดือน
  • Juvederm Voluma – อยู่นาน 15 ถึง 18 เดือน (หมายเหตุ : เวลาโดยเฉลี่ย ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล)

Filler ปลอดภัย มีผลข้างเคียงอะไรมั้ย?

  • ฟิลเลอร์เป็นสารที่มีอยู่เดิมในผิวหนังตามธรรมชาติ จึงไม่ก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงก่อปฏิกิริยาแพ้ในร่างกายมนุษย์ต่ำมาก
  • สำหรับฟิลเลอร์แท้ ผ่าน อย. นำเข้าถูกต้องจากบริษัท จะมีความปลอดภัยสูง เพราะมีมาตรฐานในการรักษายาให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และเสื่อมสภาพน้อยที่สุด
  • ยาแท้จะผลิตภายใต้กระบวนการปลอดเชื้อ จึงสามารถใช้ฉีดเติมเต็มใบหน้าได้อย่างปลอดภัย
  • การฉีดภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังฉีดต่ำมาก
  • คลินิกมีการดูแลหลังทำอย่างต่อเนื่อง สามารถดูแลทุกปัญหาอย่างฉับไว จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยที่มาพร้อมความสวย
  • ฟิลเลอร์แท้จะ สลายไปเองตามธรรมชาติ 100% ไม่เหลือตกค้างในร่างกาย

ฟิลเลอร์ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง?

  • ขมับ – แก้ปัญหาขมับตอบ ให้หน้าดูเด็ก ไม่โทรม มีมิติแบบสาวเกาหลี
  • ใต้ตา – แก้ปัญหาร่องน้ำตา ถุงใต้ตา และช่วยให้รอยคล้ำจางลง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
  • ริมฝีปาก – แก้ปัญหาริมฝีปากบาง ช่วยให้ปากดูอวบอิ่ม ได้รูป แก้มุมปากคว่ำ หน้าดูเป็นมิตรมากขึ้น
  • แก้มส้ม – แก้ปัญหาหน้าแก้มยุบ แก้มตอบ ช่วยให้ดูอ่อนวัยมากขึ้น
  • ร่องแก้ม – แก้ปัญหาร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ให้ดูตื้นขึ้น
  • แก้มตอบ – แก้ปัญหาแก้มตอบ ในคนที่เห็นโหนกแก้มชัด
  • คาง – แก้ปัญหาคางสั้น คางตัด ช่วยปรับรูปหน้าเรียว เปลี่ยนหน้ากลมเป็นหน้ารูปไข่
  • หน้าผาก – แก้ปัญหาหน้าผากยุบ เปลี่ยนหน้าผากให้นูนสวย เสริมโหงวเฮ้ง

ฟิลเลอร์ 1 cc มีปริมาณเยอะแค่ไหน

ฟิลเลอร์ 1 cc เมื่อฉีดแล้วจะมีปริมาณใกล้เคียงกับเหรียญ 1 บาท โดยปริมาณ 1 cc เป็นปริมาณที่เหมาะกับการแก้ความบกพร่องที่ไม่เยอะมาก และเป็นบริเวณเล็ก ๆ เช่น เติมปากอวบอิ่มในคนที่มีเนื้อปากอยู่เดิม หรือเติมคางในคนที่คางไม่สั้นมาก ในส่วนอื่น ๆ ที่มีปัญหาร่องลึกและเป็นบริเวณกว้าง แนะนำใช้ปริมาณมากกว่า 1 cc เช่น ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์ใต้ตาในผู้มีอายุ เป็นต้น ทั้งนี้การพิจารณา ปริมาณฟิลเลอร์ ไม่ได้ขึ้นกับตำแหน่งที่เติมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ เทคนิคของแพทย์ และ สภาพผิวของคนไข้ร่วมด้วย จึงจะสามารถกำหนดปริมาณที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง ก่อนฉีดฟิลเลอร์จึงแนะนำให้ปรึกษาหมอก่อนเสมอ เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด


ฟิลเลอร์แต่ละจุดควรใช้กี่ cc


หมายเหตุ : เป็นปริมาณทั่วๆไป ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อวางแผนปริมาณที่เหมาะสม ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล


อันตราย! บริเวณใดไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

แม้จะเป็นฟิลเลอร์แท้ และแพทย์ใช้เทคนิคอย่างถูกต้อง แต่ก็มีบางบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ควรเติมฟิลเลอร์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงเส้นประสาทดวงตา เมื่อฉีดฟิลเลอร์ผิดจุด จะไหลย้อนเข้าไปในดวงตา เสี่ยงการเกิดตาบอดได้สูง โดยบริเวณดังกล่าวมักอยู่ตรงกลางของใบหน้า เช่น จมูก หว่างคิ้ว สำหรับบริเวณอื่น ๆ หากเติมโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ โอกาสเกิดผลข้างเคียงต่ำมาก รวมถึงหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น หากผู้เติมมีความเชี่ยวชาญ จะสามารถตรวจสอบความผิดปกติได้ไว และทำการแก้ไขได้อย่างเหมาะสมทันท่วงที ความเสียหายที่เกิดจากฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือดก็จะลดลงอย่างมาก

บริเวณใต้ตา เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าน่าจะเสี่ยงตาบอด เพราะอยู่ใกล้ดวงตา ในความเป็นจริงแล้ว การเติมฟิลเลอร์ใต้ตามีรายงานเคสตาบอดน้อย เพราะไม่มีเส้นเลือดที่ต่อตรงสู่เส้นประสาทดวงตา รวมถึงลักษณะทางกายภาพที่เส้นเลือดอยู่ลึก โอกาสเข็มไปโดนเส้นเลือดทำได้ยาก ใต้ตาจึงเป็นอีกจุดที่สามารถเติมฟิลเลอร์ได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเติมกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพื่อลดปัญหาอื่น ๆ ที่เจอได้บ่อยในการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา เช่น เป็นก้อน ไม่เรียบเนียน เกิดอาการช้า เป็นต้น


วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์แท้?

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ หมอแนะนำคนไข้เช็คให้มั่นใจก่อนรับบริการเสมอ มีหลายเคสที่ไปฉีดฟิลเลอร์ปลอมมา นอกจากจะต้องเสียเงินค่าแก้ ค่ารักษามากกว่าค่าประหยัดจากฟิลเลอร์ปลอมหลายสิบเท่าแล้ว ผลข้างเคียงบางชนิดไม่สามารถรักษาให้กลับมาสู่สภาพเดิมได้ เกิดความพิการ เสียโฉม ทำให้สูญเสียความมั่นใจเป็นอย่างมาก เรามีเพียงหน้าเดียว ควรลงทุนสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีวิธีตรวจสอบของแท้ของปลอมแตกต่างกัน แต่ทุกยี่ห้อ มีวิธีเช็คที่เหมือนกันคือ เลขล็อต (Lot number) ด้านนอกกล่อง จะต้องตรงกับเลขล็อตของสติ๊กเกอร์ในกล่อง รวมถึงวันที่ผลิต วันหมดอายุ ด้านในกับด้านนอกจะต้องตรงด้วยเช่นกัน บางยี่ห้อมี QR code เพื่อสแกนตรวจสอบกับ App เฉพาะ โดยแนะนำให้สอบถามกับแพทย์ก่อนทาการฉีดเสมอ โดยปกติหากทางคลินิกใช้ฟิลเลอร์ของจริง จะสามารถแจ้งวิธีการเช็คของแท้ได้ รวมถึงสามารถทำการเปิดกล่องต่อหน้าลูกค้าก่อนฉีดเพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้ของแท้แน่นอน


ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์?

  • งดยาที่ทาให้เลือดออกง่าย เช่น NSAIDS (ยาแก้ปวดชนิดไม่มีสเตียรอยด์) เช่น Ponstan Ibuprofen Celebrex Diclofenac เป็นต้น
  • งดวิตามินอาหารเสริม ที่ทาให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามินอี วิตามินซี น้ามันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย สารสกัดจากกระเทียม โสม สารสกัดจากชาเขียว เป็นต้น
  • งดครีมที่มีการผลัดเซลล์ผิว 5-7 วัน เช่น Salicylic acid, Retinoic acid, Adapalene, Benzoyl peroxide, AHA, BHA, PHA, Glycolic acid
  • งดยากินที่ทาให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว 2 สัปดาห์ เช่น ยารักษาสิว Tretinoin, isotretinoin
  • งดโกน แว็กซ์ ขัดถู บริเวณที่จะทาหัตถการ 3 วัน
  • หากต้องการทาร่วมกับเลเซอร์ ทรีตเม้นท์ เครื่องยกกระชับใบหน้า ควรเว้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • หากทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาที่ทาให้เลือดออกง่าย ควรปรึกษาแพทย์ผู้จ่ายยาก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • หากทานยาใดเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้จ่ายยาก่อนฉีดฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์?

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร การดื่มน้ำจะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำอิ่มฟู เต็มสวย เข้าที่เร็วมากขึ้น และช่วยทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น
  • นอนหงาย หนุนหมอนสูงใน 3-4 วันแรก เพื่อลดอาการบวม และป้องกันฟิลเลอร์เปลี่ยนตำแหน่งจากหน้านอนกดทับหมอน
  • หลังฉีด 1 วันสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ โดยสังเกตบริเวณรูเข็ม หากไม่มีเลือดซึม ไม่มีอาการอักเสบ บวมแดงร้อน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่หากมีอาการดังกล่าว ควรงดแต่งหน้า และปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
  • งดทาครีมที่มีส่วนผสมในการผลัดผิว เช่น AHA BHA Retinoid อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเกิดผิวอักเสบ
  • งดกด บีบ นวดหน้า ซาวน่า ความร้อน ทรีตเม้นท์บนใบหน้า 2 สัปดาห์ เพราะฟิลเลอร์อาจเกิดการบวม อักเสบ จากการนวดถู และความร้อนได้
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ความร้อนจัด 2-3 วัน
  • งดออกกำลังกายหนัก 3 วัน เนื่องจากการออกกาลังกายทำให้เลือดสูบฉีดไปที่ใบหน้ามาก อาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซ็ทตัวดีเกิดการบวมได้ อีกทั้งอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้จากการขยับใบหน้าระหว่างทำกิจกรรม
  • หลีกเลี่ยงการรับประทาน ของแสลง อาหารหมักดอง อาหารดิบ เผ็ดจัด เค็มจัด เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพราะเป็นอาหารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบสูง โซเดียมเป็นสารที่ช่วยกักเก็บน้ำในร่างกาย จึงทำให้ฟิลเลอร์บวมได้ง่ายหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 1-2 สัปดาห์
  • อาการปกติที่อาจพบได้ คือ บวม ชา บริเวณจุดฉีด 7-14 วัน หากไม่มั่นใจให้ปรึกษาแพทย์

อาการชาหลังฉีดฟิลเลอร์ ปกติหรือไม่?

อาการบวมช้า เป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังฉีดฟิลเลอร์ กว่าจะหายใช้เวลานาน สร้างความกังวลใจให้คนไข้ แต่อาการบวมช้าโดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่อาการที่อันตราย ไม่มีผลกระทบกับฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้เดิม โดยรอยช้าที่เจอได้ปกติมีข้อสังเกตคือ จะบวมและปวดเล็กน้อย สีจะค่อยๆเปลี่ยนจากสีเขียว เป็นสีม่วง และเหลืองตามลาดับ บริเวณที่ฉีดไม่มีเส้นเลือดฝอยเห็นเด่นชัดมากขึ้น ผิวโดยรอบไม่ซีดหรือคล้า ส่วนรอยช้าที่อันตราย จะมีอาการปวด และบวมมากผิดปกติ มีเส้นเลือดฝอยเห็นเด่นชัด ร่วมกับสีผิวโดยรอบที่ฉีดซีดหรือคล้ามากขึ้น หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อทาการรักษาโดยทันที หากปล่อยเวลาผ่านไปมีความเสี่ยงเกิดเนื้อตาย หรือเกิดติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษานานและทิ้งรอยแผลบนใบหน้า

สำหรับรอยช้าปกติ การรักษาเบื้องต้น สามารถประคบเย็นเบาๆ ได้ในช่วงแรก เพื่อให้รอยช้าหายไวขึ้น และใช้ยาทาลดบวมช้า ทาบางๆสองเวลาเช้าเย็นตรงรอยช้า ในบางรายหากมีอาการเยอะ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยากินเพิ่มเติมด้วย โดยปกติรอยช้าจะค่อยๆหายไปเองภายใน 3-7 วัน ในช่วงที่รอยช้ายังเด่นชัด สามารถใช้คอนซีลเลอร์ปิดทับรอยช้าได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์?


อาการทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นได้

  • บวมตึงบริเวณที่ฉีด 1-2 สัปดาห์
  • รอยช้ำรอบรูเข็ม 5-7 วัน

อาการที่ควรปรึกษาแพทย์

  • ปวดบวมแดงร้อน อักเสบ
  • ผิวหนังซีดหรือคล้าผิดปกติ
  • มีเส้นเลือดฝอยขึ้นเด่นชัดมากขึ้นบริเวณที่ฉีด

หมายเหตุ : หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากฟิลเลอร์ และได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที


ไม่อยากพลาดต้องอ่าน!! ทำไมบางคนฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน?

อีกปัญหาที่เจอได้บ่อย คือ เติมฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ซึ่งมักพบได้บ่อยบริเวณที่มีผิวหนังบาง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเลือก filler ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีดและลักษณะของโครงสร้างใบหน้า เพราะ filler แต่ละแบบจะมีลักษณะเนื้อ แข็ง นิ่ม แตกต่างกัน บางชนิดเหมาะกับชั้นลึกเท่านั้น หรือบางชนิดเติมชั้นตื้นได้โดยไม่เป็นก้อน อีกปัจจัยคือฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ และวิเคราะห์ปัญหาของจุดนั้นๆยังไม่กระจ่าง จึงใช้ฟิลเลอร์อัดตรงชั้นตื้นมากเกินไปจึงเกิดเป็นลาฟิลเลอร์ขึ้นมา รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ปลอม ไม่ผ่าน อย. มีการปนเปื้อนของสารเคมี อาจทำให้ตัวยาไหลย้อยจากจุดที่ต้องการเกิดเป็นก้อนได้เช่นกัน

หากเป็นก้อนจากฟิลเลอร์แท้ สามารถแก้ได้ง่ายด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ออก แล้วพิจารณาเติมใหม่หลังสลาย แต่หากเป็นฟิลเลอร์ปลอม อาจต้องทาการขูด หรือผ่าตัดเพื่อเอาก้อนออก ในบางรายเติมฟิลเลอร์ปลอมมาเป็นระยะเวลานานจนเกิดพังผืดเกี่ยวพันรอบก้อน อาจจะไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ต้องใช้เทคนิคพิเศษเพื่อพรางให้ก้อนเด่นชัดลดลง ทั้งนี้ขึ้นกับผิวคนไข้ สารที่เติม และประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่าน

ดังนั้นก่อนเติมฟิลเลอร์ควรเลือกคลินิกที่มีมาตราฐาน ศึกษาข้อมูล ปรึกษาแพทย์ผู้ฉีดจนกว่าจะมั่นใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สวยตรงใจ และปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงตามมา


ฉีดฟิลเลอร์ช่วยทำให้หน้าเด็กจริงไหม

การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยให้ใบหน้าดูมีลักษณะเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานหรือมีลักษณะที่น่าสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์ไม่สามารถทำให้หน้าดูเด็กอย่างแท้จริงได้ หน้าของเรามีลักษณะและลายเส้นที่เปลี่ยนแปลงตามวัยและพันธุกรรมที่ผิวพรรณมีอยู่เสมอ การฉีดฟิลเลอร์สามารถปรับปรุงลักษณะหน้าให้ดูดีขึ้น แต่ไม่สามารถย้อนกลับไปสู่วัยเด็กแท้จริงได้

นอกจากนี้ควรทราบว่าผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์อาจมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ความงานที่ทำกระบวนการ ความคาดหวังของผู้รับบริการ และปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ เพราะฉนัยยังไม่สามารถดึงย้อนกลับไปสู่วัยเด็กแท้จริงได้ ดังนั้นควรให้คำแนะนำและคำปรึกษากับแพทย์ความงามที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เกี่ยวกับกระบวนการนี้ และสามารถประเมินความเหมาะสมของการทำฟิลเลอร์ให้เหมาะกับความต้องการและความคาดหวังของคุณได้อย่างเหมาะสม


ฟิลเลอร์ลดหน้าโทรมได้จริงไหม?

การใช้ฟิลเลอร์สามารถช่วยลดหน้าโทรมได้บางส่วน แต่ควรระวังว่าฟิลเลอร์ไม่สามารถทำให้หน้าดูเป็นวัยเด็กแท้ได้และไม่สามารถแก้ไขปัญหาหน้าโทรมอย่างถาวรได้ สิ่งที่ฟิลเลอร์สามารถทำได้คือปรับปรุงลักษณะหน้าให้ดูมีลักษณะเรียบเนียนและสม่ำเสมอมากขึ้น ดังนั้นในบางกรณีการใช้ฟิลเลอร์อาจช่วยให้หน้าดูเข้ากับความต้องการของผู้รับบริการมากขึ้น

ฟิลเลอร์สามารถช่วยปรับปรุงลักษณะหน้าโดยเพิ่มปริมาณในบางบริเวณที่มีการสูญเสียของไขมันหรือลักษณะด้านโครงสร้าง เช่น แก้มหรือปาก แต่การปรับปรุงนี้อาจมีขอบเขตและเป็นเวลาจำกัด ซึ่งความยืดหยุ่นและผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้และความชำนาญของแพทย์ที่ทำกระบวนการ

นอกจากนี้ควรระวังว่าการใช้ฟิลเลอร์อย่างผิดประเด็นหรือไม่ถูกต้องอาจทำให้หน้าดูไม่เป็นธรรมชาติหรือมีลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นการปรึกษากับแพทย์ความงามที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อประเมินความเหมาะสมของการใช้ฟิลเลอร์ในการปรับปรุงหน้าตาของคุณและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวังได้อย่างแม่นยำ

ซึ่งถ้าคุณยังมีคำถามหรือยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการฉีดเมโสแฟตนั้น สามารถทักมาปรึกษากับ Reverie Clinic ได้เลย เราพร้อมให้คุณปรึกษาด้านความสวยความงามโดยเฉพาะ และ ยังมีแพตย์ผู้เชียวชาญที่เคยทำมาแล้วกว่า 8 ปี อีกด้วย ใครที่สนใจสามารถมาที่ line : @REVERIEBKK หรือมาที่ ชั้น 3 เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่พลาซ่า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร 10400 ได้เลย