|

นกเขาไม่ขันเกิดจากอะไร อาการเป็นยังไง ต้องรักษาอย่างไรบ้าง?

นกเขาไม่ขัน เกิดจากอะไร อาการเป็นยังไง ต้องรักษาอย่างไรบ้าง?

นกเขาไม่ขัน แค่ได้ยินก็คงทำให้ผู้ชายหลายคนใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลยใช่ไหมครับ? แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า คุณไม่ได้เจอปัญหานี้คนเดียว เพราะนี่เป็นภาวะที่พบได้ทั่วไปในผู้ชายทั่วโลก และใช่ครับ…มันส่งผลต่อทั้งความมั่นใจและความสัมพันธ์โดยตรงเลยทีเดียว แต่ข่าวดีคือ นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ไร้ทางออก เพราะจริง ๆ แล้วภาวะนี้ป้องกันได้ และรักษาได้ วันนี้ Reverie Clinic เราจะพามาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงวิธีรับมือที่ช่วยให้คุณกลับมามั่นใจได้อีกครั้งกันครับ

นกเขาไม่ขัน คืออะไร เกิดจากอะไร

นกเขาไม่ขัน คืออะไร? เกิดจากอะไร?

คำว่านกเขาไม่ขัน เป็นคำติดปากที่หมายถึง ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED) หรือก็คือ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ครับ

การแข็งตัวของน้องชายนั้นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบในร่างกาย ทั้งหลอดเลือด, ระบบประสาท, ฮอร์โมน และจิตใจ ถ้าระบบใดระบบหนึ่งมีปัญหา ก็อาจทำให้ภาวะนี้ได้ สาเหตุหลัก ๆ คือ

  1. โรคประจำตัว
    โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ เช่น เบาหวาน ที่ทำลายทั้งหลอดเลือดและเส้นประสาท, โรคหัวใจ, ความดันสูง, ไขมันในเลือดสูง ทั้งหมดนี้ทำให้เลือดไปเลี้ยงน้องชายไม่เต็มที่ครับ
  2. ความเครียดและความวิตกกังวล
    จิตใจมีผลเยอะมากครับ ความเครียดเรื่องงาน, การเงิน หรือความกังวลว่าทำไม่ดี ทำให้สมองหลั่งสารที่ขัดขวางการแข็งตัว กลายเป็นวงจรที่ว่ายิ่งเครียด ยิ่งไม่สู้
  3. พฤติกรรมการใช้ชีวิต
    พฤติกรรมบางอย่างทำลายสมรรถภาพทางเพศโดยตรงครับ เช่น สูบบุหรี่ ทำลายหลอดเลือด, ดื่มแอลกอฮอล์หนัก กดระบบประสาท, และโรคอ้วน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือด
  4. ฮอร์โมนและระบบประสาท
    หากฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ต่ำ ทำให้ความต้องการทางเพศลดลง และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือความเสียหายของระบบเส้นประสาท จากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดก็อาจทำให้แข็งตัวยากได้ด้วยครับ 
  5. ภาวะซึมเศร้าและความสัมพันธ์
    ภาวะซึมเศร้ามีผลกระทบต่อสารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับความต้องการทางเพศ ความขัดแย้งกับคู่รัก หรือความกดดันก็ทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน
  6. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
    ยาที่ใช้รักษาโรคประจำตัวบางกลุ่ม เช่น ยาลดความดัน, ยาต้านเศร้า หรือยาคลายเครียด อาจมีผลข้างเคียงที่กระทบต่อการแข็งตัวได้ครับ
อาการนกเขาไม่ขัน

อาการนกเขาไม่ขัน เป็นยังไง?

หลายคนอาจจะยังสับสนว่าอาการแบบไหนถึงจะเรียกว่านกเขาไม่ขัน ลองมาเช็กอาการเหล่านี้ดูครับ

  • แข็งตัวยากกว่าปกติ หรือไม่แข็งเลย
    ถึงแม้ว่าในใจจะมีอารมณ์ร่วมเต็มที่แล้ว แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองตามครับ หรือต้องใช้เวลาเล้าโลมนานกว่าปกติมาก กว่าน้องชายจะเริ่มตื่นตัว ซึ่งบางครั้งก็อาจจะนานจนบรรยากาศดี ๆ ที่สร้างมาหายไปหมด ทำให้รู้สึกเฟลตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
  • แข็งได้ แต่ไม่เต็มร้อย
    อาการนี้คือแข็งตัวได้ครับ แต่ความแข็งไม่มากพอที่จะสอดใส่ได้ เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนลูกโป่งที่เป่าลมเข้าไปแต่ยังไม่ตึงเต็มที่นั่นแหละ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพระหว่างกิจกรรมลดลงและพลอยทำให้เสียความมั่นใจไปได้ง่าย ๆ เลย
  • อ่อนตัวกลางคัน
    นี่เป็นอาการที่ทำให้หลายคนกังวลใจที่สุดเลยครับ คือตอนแรกก็แข็งตัวดี เริ่มกิจกรรมไปได้ด้วยดี แต่จู่ ๆ กลับอ่อนตัวลงดื้อ ๆ ทั้งที่ยังไม่เสร็จภารกิจ อาการนี้สร้างความรู้สึกกังวลและกดดันได้ทันที และเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าการไหลเวียนเลือดอาจจะมีปัญหานั่นเองครับ
  • ความต้องการทางเพศลดลง
    บางคนความต้องการทางเพศมันลดลงไปจากเดิม ไม่ค่อยมีอารมณ์เหมือนเก่า ซึ่งเมื่อความต้องการที่เป็นจุดเริ่มต้นมันลดลง การจะทำให้ร่างกายตอบสนองตามก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีกครับ
นกเขาไม่ขัน บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพบ้าง

นกเขาไม่ขัน บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพบ้าง?

ภาวะนี้อาจไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องบนเตียง แต่มันคือสัญญาณเตือนสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม หากสังเกตให้ทัน เราอาจป้องกันโรคใหญ่ ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ มาดูกันครับว่ามันบอกอะไรได้บ้าง!

สัญญาณเริ่มต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือด

รู้หรือไม่ครับ? หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศมีเส้นเล็กกว่าหลอดเลือดหัวใจเยอะมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเริ่มมีการอุดตันหรือเสื่อมสภาพ อวัยวะเพศจะเป็นด่านแรกที่สะท้อนปัญหาออกมาเลย นั่นหมายความว่า อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจหรือหลอดเลือดล่วงหน้าได้ถึง 2-3 ปี ก่อนโรคจะแสดงอาการจริง ๆ เสียอีก

น้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงเบาหวาน

ผู้ชายที่มีโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า เลยทีเดียวครับ เพราะน้ำตาลในเลือดสูงจะค่อย ๆ ทำลายทั้งหลอดเลือดและระบบประสาท ซึ่งเป็นตัวหลักที่ควบคุมการแข็งตัว ผลลัพธ์ก็คือสัญญาณภาวะ ED นั่นเอง

ฮอร์โมนเพศชายต่ำก่อนวัย

ฮอร์โมน เทสโทสเตอโรน (Testosterone) คือหัวใจสำคัญของความเป็นชาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงขับทางเพศหรือสมรรถภาพ ถ้าฮอร์โมนตัวนี้ต่ำลงเมื่อไหร่ก็ทำให้ความต้องการลดลงและเกิดปัญหาการแข็งตัวได้ง่ายครับ

สัญญาณของ ภาวะเครียดเรื้อรัง/ซึมเศร้า

อย่าลืมว่าสมองคือตัวควบคุมอารมณ์และความรู้สึกทางเพศโดยตรงครับ ถ้าเราเจอภาวะเครียดสะสม, วิตกกังวลมากเกินไป หรืออยู่ในช่วงซึมเศร้า สมองจะหลั่งสารที่ไปกดการทำงานของกลไกการแข็งตัวทันที ส่งผลให้แม้ร่างกายพร้อมแต่ใจก็ไม่สู้

นกเขาไม่ขัน รักษายังไงได้บ้าง?

นกเขาไม่ขัน รักษายังไงได้บ้าง?

พอรู้สาเหตุแล้วก็ถึงเวลาหาทางแก้กันครับ ข่าวดีคือภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ ซึ่งมีหลายวิธีมาก ๆ ครับ เรามาดูวิธีรักษากันได้เลย!

ปรับพฤติกรรม

วิธีนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าร่างกายแข็งแรง น้องชายก็มักจะแข็งแรงตามไปด้วย

  • ออกกำลังกาย เน้นการคาร์ดิโอ (Cardio) เช่น วิ่ง, เดินเร็ว, ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละประมาณ 30 นาที จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น น้องชายก็ตื่นตัวง่ายกว่าเดิม
  • กินอาหารบำรุง เน้นผัก, ผลไม้, ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนดี ๆ อย่างปลาโดยเฉพาะปลาทะเลที่มีโอเมก้า 3 หรือหอยนางรมที่มีสังกะสีสูง เป็นตัวช่วยเรื่องฮอร์โมนเพศได้ดีทีเดียวเลยครับ 
  • ควบคุมน้ำหนัก ไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะตรงพุง มีผลกับฮอร์โมนและการไหลเวียนเลือดเยอะมาก แค่ลดน้ำหนักลงไม่กี่กิโล ก็มักจะรู้สึกว่าร่างกายและสมรรถภาพดีขึ้นแล้ว
  • นอนให้พอ การนอนเต็มอิ่ม 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เป็นช่วงที่ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองและผลิตฮอร์โมนเพศชาย ถ้านอนน้อยบ่อย ๆ นอกจากจะเพลีย ยังส่งผลกับสมรรถภาพโดยตรงด้วย

จัดการความเครียด

สมองนี่แหละครับคือตัวคุมเกมสำคัญ ถ้าใจเรายังเครียด น้องชายก็ยากที่จะสู้เต็มที่ มาลองปลดล็อกความกังวลกันดีกว่า โดยการ

  • หาวิธีผ่อนคลาย จะลองนั่งสมาธิ, ฝึกโยคะ, ฟังเพลง, ทำงานอดิเรกที่ชอบ หรือเล่นเกมที่ชอบ ก็ช่วยคลายเครียดได้หมดครับ
  • คุยกับแฟนแบบเปิดใจ การพูดคุยกันอย่างเปิดอกเรื่องความกดดันและความกังวล จะช่วยลดความเครียดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ได้มาก
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ถ้ารู้สึกว่าเครียดหรือซึมเศร้าเกินกว่าจะจัดการได้เอง การปรึกษาแพทย์เป็นทางออกที่ดีเลยครับ

ลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

นิสัยบางอย่างนี่แหละตัวการใหญ่ที่ทำให้น้องชายไม่สู้เต็มที่ เช่น

  • งดสูบบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่ทำให้หลอดเลือดหดตัวและตีบตัน ส่งผลโดยตรงต่อการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศได้
  • ลดแอลกอฮอล์ ดื่มนิดหน่อยช่วยให้รีแล็กซ์ได้ แต่ถ้าเยอะเกินไป ระบบประสาทโดนกด ฮอร์โมนเพศชายก็ลดตามไปด้วยนะครับ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี การเช็กน้ำตาล, ไขมัน และความดันคือการกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะปัญหาพวกนี้มักเป็นตัวการให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ครับ

ทำ Shockwave – นวัตกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ

ถ้าลองทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่งหมดหวังครับ เพราะตอนนี้มีนวัตกรรมใหม่ที่ชื่อว่า Shockwave Therapy ที่ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพได้จริงแบบไม่ต้องพึ่งยาและไม่ต้องผ่าตัด วิธีนี้ใช้คลื่นเสียงความเข้มต่ำยิงเข้าไปที่บริเวณอวัยวะเพศ เพื่อกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดฝอยใหม่และซ่อมแซมหลอดเลือดเดิมที่เสื่อมสภาพ ผลลัพธ์คือเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น แข็งตัวได้เต็มที่และยาวนานขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อดีคือไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จกลับบ้านได้ทันที เหมาะกับผู้ชายที่อยากเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่าการใช้ยาแบบชั่วคราว หลายคนบอกว่าหลังทำไม่กี่ครั้งก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เรียกได้ว่าเป็นเหมือนการรีเฟรชให้น้องชายกลับมาฟิตปั๋งอีกครั้ง ใครที่กำลังหาทางแก้ปัญหาแบบปลอดภัยและได้ผลจริง บอกเลยว่าShockwave น้องชายคือทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

สรุป

ภาวะนกเขาไม่ขัน เกิดจากหลายปัจจัยทั้งโรคประจำตัว, ความเครียด, พฤติกรรมการใช้ชีวิต, ฮอร์โมน, ปัญหาความสัมพันธ์ และผลข้างเคียงจากยา ซึ่งส่งผลให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่เต็มที่ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ อาการหลัก ๆ ที่สังเกตได้คือ แข็งตัวไม่เต็มที่ แข็งตัวไม่นาน หรือขาดความต้องการทางเพศ ซึ่งอาจสร้างความกังวลและลดความมั่นใจได้

ที่ Reverie Clinic เราพร้อมให้คำปรึกษาแบบเฉพาะบุคคล เรามีเคสรีวิวเยอะ รีวิวแน่น ๆ มากกว่า 1,000 เคส พร้อมการบริการที่อบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีวิธีรักษาที่ทันสมัยอย่าง Shockwave ที่ปลอดภัย ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ทำให้กลับมามั่นใจในชีวิตรักได้อีกครั้ง สนใจสามารถทักมาจองคิวกับ Reverie Clinic ได้เลยวันนี้!

FAQ

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นตลอดชีวิตครับ หลายกรณีสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการปรับไลฟ์สไตล์, ดูแลสุขภาพ และเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง หากตรวจพบสาเหตุและได้รับการรักษาตรงจุดครับ

ยาไวอากร้าและยาในกลุ่มเดียวกันสามารถช่วยให้แข็งตัวได้ชั่วคราว แต่ไม่แก้สาเหตุของปัญหาโดยตรงครับ หากมีปัญหาหลายด้าน เช่น ฮอร์โมน, ความเครียด หรือหลอดเลือด การใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ การปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนรักษาแบบครบวงจรจึงดีที่สุด

แน่นอนครับ การปรับไลฟ์สไตล์ช่วยได้เยอะ ทั้งออกกำลังกาย, ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์, ควบคุมน้ำหนัก และดูแลจิตใจ แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กและวางแผนเพิ่มเติมจะช่วยให้กลับมาฟิตและมั่นใจได้เร็วขึ้น