การช่วยตัวเองบ่อยเกินไป ส่งผลต่อสมรรถภาพเพศชายจริงหรือไม่?

ช่วยตัวเองบ่อย เสื่อมสมรรถภาพจริงไหม ไขทุกข้อสงสัย

ช่วยตัวเองบ่อย…แล้วจะเสื่อม! ประโยคสุดคลาสสิกที่ฟังแล้วใจหายวาบเลยใช่ไหมครับ? เป็นความเชื่อที่ส่งต่อกันมาจนหนุ่ม ๆ อย่างเราแอบกังวลกันเป็นแถว เอาล่ะ…มาเคลียร์กันให้ชัด ๆ ตรงนี้เลยว่าความเชื่อนั้น ‘ไม่เป็นความจริง’ ครับ! สบายใจได้เลย เพราะสิ่งที่สำคัญจริง ๆ มันไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้ง แต่คือความสมดุลต่างหาก ถ้าพฤติกรรมนี้ไม่ได้ไปรบกวนชีวิตประจำวัน, สุขภาพ หรือจิตใจ ก็ถือว่าโอเคเลยครับ วันนี้ Reverie Clinic อยากชวนหนุ่ม ๆ มาคุยกันแบบตรงไปตรงมา พร้อมพาไปดูทุกมุมเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง ว่ามันมีผลยังไงกับสมรรถภาพทางเพศ และควรดูแลตัวเองยังไงให้มั่นใจได้ในทุกด้านครับ!

ประโยชน์ของการช่วยตัวเอง

ความจริงของการช่วยตัวเองบ่อยในมุมมองสุขภาพ

การช่วยตัวเองเป็นเรื่องปกติและธรรมชาติ สุด ๆ ครับ การช่วยตัวเองอย่างพอดีเป็นเรื่องปกติและมีประโยชน์กว่าที่คิด! มาดูประโยชน์ของมันกันดีกว่า

  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดี : พูดง่าย ๆ คือเหมือนได้ออกกำลังระบบหลอดเลือดแถว ๆ นั้นเลยครับ พอได้ใช้งานสม่ำเสมอ เลือดก็วิ่งไปเลี้ยงเต็มที่ ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นและฟิตอยู่เสมอ
  • เป็นยาคลายเครียดชั้นดี : เวลาเราถึงจุดสุดยอด ร่างกายจะปล่อย “สารแห่งความสุข” หรือเอ็นดอร์ฟินออกมา เจ้าสารนี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกโล่ง แถมยังช่วยให้หลายคนหลับสบายด้วยครับ
  • เป็นผลดีกับต่อมลูกหมาก : มีงานวิจัยบางชิ้นบอกว่า การหลั่งอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ในระยะยาวครับ เหมือนเป็นการช่วย “เคลียร์ท่อ” ไม่ให้มีของเสียตกค้างสะสมนาน ๆ นั่นเอง

ความถี่ที่เหมาะสมในการช่วยตัวเอง

เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมากเลยครับว่า “ผมควรจะช่วยตัวเองมากแค่ไหนถึงจะพอดี?” ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ในทางการแพทย์เราไม่มีตัวเลขตายตัวหรือสูตรสำเร็จเลยว่าความถี่ที่เหมาะสมคือเท่าไหร่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เฉพาะตัวมาก ๆ และขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคน ดังนี้ครับ

  • อย่างแรกเลยคือเรื่องอายุครับ พอเราอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนและความต้องการทางเพศก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเรื่องปกติ
  • สุขภาพร่างกายโดยรวม ก็สำคัญคนที่แข็งแรง ฟิต ๆ ก็อาจจะมีความต้องการหรือพละกำลังมากกว่าเป็นธรรมดา
  • ระดับความต้องการทางเพศ (Libido) ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอยู่แล้วครับ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ
  • สุดท้ายคือไลฟ์สไตล์และความเครียด ในแต่ละวัน บางคนพอเครียดๆ ก็อาจจะใช้วิธีนี้ในการช่วยผ่อนคลาย

ช่วยตัวเอง ส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศจริงหรอ?

สั้น ๆ เลยครับ ไม่จริง ถ้าทำพอดีไม่หมกมุ่นก็ไม่มีผลเสียอะไรครับ แต่ถ้ามากเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือมีผลต่อความต้องการทางเพศในชีวิตจริง แบบนี้ก็เริ่มน่าห่วงแล้วล่ะครับ มาดูกันว่าถ้าบ่อยเกินไปจะกระทบอะไรได้บ้าง?

ผลกระทบระยะสั้น ๆ (ที่ไม่อันตราย)

แม้จะบอกว่าไม่มีผลกระทบ แต่ถ้าหักโหมไปหน่อย ร่างกายก็อาจจะส่งสัญญาณเตือนมาบ้างเหมือนกันครับ เช่น

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ : โดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือต้นขา ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการหักโหมในท่าทางเดิมๆ หรือเกร็งกล้ามเนื้อมากเกินไป
  • ความฟินลดลง : นั้นก็เพราะเส้นประสาทที่รับความรู้สึกมันล้านั่นเองครับ พอถูกกระตุ้นหนัก ๆ ไปแล้ว ก็ต้องขอเวลาฟื้นฟู ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ปกติมาก และเดี๋ยวก็กลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิมไม่ต้องกังวลครับ!
  • ผิวหนังระคายเคือง : เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ ถ้าเราทำมันอย่างหนักหน่วง ผิวหนังก็อาจมีอาการแดงหรือแสบได้ ไม่ต้องตกใจนะครับ แค่ให้เขาได้พักฟื้นผิวสักหน่อย เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นเองครับ

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

บางครั้งผลกระทบที่น่ากังวลที่สุด อาจไม่ใช่เรื่องทางกายเลยครับ แต่เป็นตอนที่เราเริ่มรู้สึกว่ากิจกรรมนี้มันมากเกินไป จนชีวิตด้านอื่นเริ่มรวน ลองเช็กดูครับว่าคุณมีอาการแบบนี้บ้างรึเปล่า

  • รบกวนชีวิตประจำวัน : ใช้เวลาไปกับการช่วยตัวเองหรือคิดเรื่องนี้มากเกินไป กลับกลายเป็นว่าเราเอาเวลาและสมาธิส่วนใหญ่มาจดจ่ออยู่กับเรื่องนี้จนหน้าที่สำคัญ ๆ เริ่มรวน
  • เกิดความรู้สึกผิดและวิตกกังวล : หลายคนอาจรู้สึกผิด, ละอายใจ หรือกังวลว่าตัวเองผิดปกติ… นี่อาจเป็นสัญญาณว่ามันกำลังสร้างความเครียดให้คุณมากกว่าความสุข
  • เริ่มอยากอยู่คนเดียวมากขึ้น : เราเริ่มปฏิเสธนัดเพื่อน หรือเลี่ยงการเข้าสังคม เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและทำกิจกรรมนี้โดยเฉพาะรึเปล่า? พฤติกรรมนี้อาจทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวได้ในระยะยาว

ผลต่อความสัมพันธ์กับคู่รัก

เรื่องนี้อาจจะละเอียดอ่อนสักหน่อย แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะบางครั้งการที่เราโฟกัสกับความสุขของตัวเองมากไป ก็อาจกระทบกับความรู้สึกของแฟนเราเหมือนกัน เช่น

  • ความต้องการกับคู่รักลดลง : พอเราชินกับการจัดการความสุขด้วยตัวเองที่ทำเมื่อไหร่ก็ได้ มันก็อาจทำให้ความอยากหรือความตื่นเต้นที่จะมีอะไรกับแฟนจริง ๆ ลดลงไปบ้างครับ
  • เกิดช่องว่างทางอารมณ์ : ลองนึกในมุมของแฟนดูนะครับ เขาอาจจะรู้สึกน้อยใจว่าทำไมเราถึงไม่อยากอยู่กับเขา หรือเริ่มสงสัยว่าตัวเองไม่ดีพอรึเปล่า ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่คุยกัน ก็อาจทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินไปได้ครับ

เกิดภาวะเสพติดการช่วยตัวเอง

จุดที่น่ากังวลจริง ๆ คือเมื่อการช่วยตัวเองไม่ได้เป็นไปเพื่อความสุขหรือผ่อนคลาย แต่กลายเป็นภาวะเสพติด (Compulsive Masturbation) ซึ่งเป็นพฤติกรรมเพศที่ควบคุมไม่ได้ และเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่

  • หมกมุ่นตลอดเวลา : ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิด จินตนาการ และหาโอกาสที่จะช่วยตัวเอง จนละเลยหน้าที่การงาน หรือกิจกรรมทางสังคมอื่น ๆ 
  • ต้องเพิ่มความถี่หรือความรุนแรงขึ้น : รู้สึกว่าต้องช่วยตัวเองมากขึ้น หรือต้องการ การกระตุ้นที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ไปถึงจุดสุดยอดเช่นเดิม

ไขความเชื่อผิด ๆ กับการช่วยตัวเอง

เรื่องช่วยตัวเองนี่มีความเชื่อเยอะจริง ๆ นะครับ ได้ยินกันมาเยอะมาก บางเรื่องก็ฟังดูน่ากลัวซะจนทำให้เรากังวล วันนี้หมอเลยขอช่วยทุกคนแยกให้ออกกันไปเลยว่า เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเขาแค่เล่า จะได้สบายใจหายห่วงกันครับ!

1. ความเชื่อว่าจะทำให้นกเขาไม่ขัน

ข้อนี้ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่า ไม่จริงครับ! การช่วยตัวเองมากแค่ไหนก็ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้น้องชายเราเสื่อมสมรรถภาพในระยะยาวเลย ปัญหานี้มาจากสาเหตุพวกนี้มากกว่าครับ

  • ทางร่างกาย : เช่น โรคเบาหวาน, ความดัน, โรคหัวใจ หรือฮอร์โมนที่ไม่สมดุล
  • ทางจิตใจ : อันนี้ก็เอฟเฟกต์เยอะไม่แพ้กัน ทั้งความเครียด, ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า

2. ความเชื่อทำให้เป็นหมันหรือน้ำเชื้อหมด

ข้อนี้เป็นอีกหนึ่งความเชื่อสุดคลาสสิกเลยครับที่ทำเอาหลายคนใจคอไม่ดี ขอเคลียร์เลยครับว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะในร่างกายของเราเนี่ย เขาเป็นโรงงานที่ขยันมาก ๆ ทำงานแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุดเลย เขาจะผลิตอสุจิตัวใหม่ ๆ ออกมาเติมสต็อกทุกวัน ดังนั้นการที่เราปล่อยออกไป ก็เหมือนการเคลียร์ของล็อตเก่า เพื่อให้ล็อตใหม่เข้ามาแทนที่นั่นแหละครับ

3. ความเชื่อว่าจะทำให้เกิดภาวะหลั่งเร็ว (ล่มปากอ่าว)

มาถึงอีกหนึ่งความเชื่อที่หนุ่ม ๆ เชื่อมาหลายยุคเลยครับ กับคำถามที่ว่า “ยิ่งทำบ่อย ยิ่งเสร็จเร็ว” จริงไหม? บอกเลยว่าความเชื่อนี้ ยังไม่มีอะไรที่ชี้ชัดได้เลยว่าความถี่ในการช่วยตัวเองเป็นตัวการโดยตรงของภาวะหลั่งเร็ว

แต่ที่พีคกว่านั้นคือ… มันกลับตรงกันข้ามเลยครับ! ในวงการแพทย์ เราใช้การช่วยตัวเองอย่างถูกวิธีนี่แหละเป็นเครื่องมือฝึกซ้อม สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาหลั่งเร็วด้วยซ้ำครับ

4. ความเชื่อว่าจะทำให้เป็นสิว

ข้อนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากกกก โดยเฉพาะจากน้อง ๆ วัยรุ่นที่สิวเริ่มบุกพอดีกับที่เริ่มมีความต้องการทางเพศ… เลยเหมารวมไปว่าไอ้เจ้าสิวนี่มันต้องมาจากเรื่องนั้นแน่ ๆ หมอฟันธงให้เลยว่า ไม่เกี่ยวกันโดยตรงครับ! สิ่งที่ทำให้เกิดสิวมีอยู่ 4 ตัวหลัก ๆ คือ

  • ต่อมไขมันขยันเกิน : ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนอุดตัน
  • ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน : โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นที่ฮอร์โมนเพศพุ่งปรี๊ด
  • แบคทีเรีย (P. acnes) : ที่ชอบกินไขมันบนผิวเรา
  • กรรมพันธุ์ : อันนี้ต้องโทษคุณพ่อคุณแม่ไปตามระเบียบครับ

แล้วทำไมมันถึงมาพร้อมกัน ทั้งการมีสิวและความรู้สึกทางเพศ ต่างก็ถูกกระตุ้นจาก “ฮอร์โมนเพศ” นั่นเองครับที่พุ่งขึ้นในช่วงวัยรุ่นเหมือนกันมันจึงเกิดพร้อมกัน!


เช็กพฤติกรรมเพศของเรายังสมดุลดีไหม?

ถ้ารู้สึกว่าช่วยตัวเองเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน หรือรู้สึกว่าควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ อันนี้อาจจะเริ่มไม่สมดุลแล้วก็ได้นะครับ ลองเช็กตัวเองง่าย ๆ ตามนี้เลยครับ

การประเมินพฤติกรรมการช่วยตัวเอง

เราช่วยตัวเองมากจนเกินไปไหม?

ลองถามตัวเองนะครับ ถ้าพบว่ามีพฤติกรรมตรงกับข้อไหนบ้าง อาจเป็นสัญญาณให้เราลองปรับจูนความถี่ดูสักหน่อย

  • กระทบชีวิตประจำวันไหม? : เริ่มรู้สึกว่าความคิดวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องนี้ จนไม่มีสมาธิทำงานหรือเรียน หรือต้องหาโอกาสปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัวบ่อย ๆ หรือเปล่า?
  • กระทบความสัมพันธ์รึเปล่า? : เราเลือกที่จะมีความสุขคนเดียว มากกว่าการใช้เวลาหรือมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนมั้ย? ความรู้สึกที่มีต่อคนรักเริ่มเปลี่ยนไปหรือเปล่า?
  • ร่างกายเริ่มไม่ไหวไหม? : รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลียผิดปกติ ทั้งที่ก็พักผ่อนเพียงพอ หรือรู้สึกเจ็บ/ระคายเคืองน้องชายจากการใช้งานที่หนักเกินไป
  • ความมั่นใจลดลงไหม? : พอถึงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์กับแฟนจริง ๆ รู้สึกว่าไม่ฟินเท่าเดิม ถึงจุดสุดยอดยากขึ้น หรือที่เรียกกันว่าภาวะ “Death Grip Syndrome”
แนวทางการปรับสมดุลพฤติกรรมการช่วยตัวเอง

แนวทางการปรับสมดุล

อ่านจบแล้ว รู้สึกว่าเราช่วยตัวเองมากจนเกินไปจริงนั้นแหละ นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะปรับสมดุลให้ตัวเอง ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ

  • หากิจกรรมสนุก ๆ ทำ : เมื่อเริ่มมีความคิดอยากช่วยตัวเอง ลองลุกไปทำอย่างอื่นทันทีครับ จะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ออกไปเดินเล่น หรือทำงานอดิเรกที่ชอบก็ได้ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
  • ออกกำลังกาย : การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปลดปล่อยพลังงานและความเครียด แถมยังได้สารแห่งความสุขอย่างเอ็นดอร์ฟินเป็นของแถม ช่วยลดความหมกมุ่นลงได้ดีมากครับ
  • ลอง Digital Detox ดูบ้าง : จำกัดการดูสื่อที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ ลองพักจากหน้าจอ แล้วใช้เวลาไปกับโลกความเป็นจริงมากขึ้น อ่านหนังสือ หรือคุยกับเพื่อนแทน
  • ฝึกสมาธิ : ลองฝึกสมาธิสั้น ๆ วันละ 5 – 10 นาที เพื่อให้เรารู้เท่าทันความคิดของตัวเอง เมื่อความต้องการผุดขึ้นมา เราจะสามารถรับรู้และตัดสินใจได้อย่างมีสติมากขึ้นว่าจะทำตามหรือไม่

สรุป

โดยสรุปแล้ว การช่วยตัวเองบ่อย ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมนะครับ สิ่งสำคัญไม่ใช่ความถี่แต่คือ ผลกระทบกับชีวิตประจำวัน, ความสัมพันธ์ หรือจิตใจมากกว่าครับ ตราบใดที่ยังอยู่ในความสมดุลและไม่สร้างความเดือดร้อน ก็ยังถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากคุณยังคงกังวลใจหรือต้องการเสริมสมรรถภาพทางเพศ ที่ Reverie Clinic เรามีโปรแกรมการดูแลที่หลากหลายและออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ สามารถนัดหมายเพื่อเข้ามาปรึกษากับคุณหมอปั๊ม ที่ Reverie Clinic ได้เลยย!