|

โปรแกรม Oligio ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องทำบ่อยมั้ย?

ภาพผู้หญิงนั่งพิงมือพร้อมเครื่อง Oligio ด้านซ้าย และมีข้อความสอบถามเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผลลัพธ์อาจคงอยู่หรือความถี่ในการรับบริการ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคลและการประเมินของแพทย์

โปรแกรม Oligio ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Oligio ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เทคนิคของแพทย์และการดูแลหลังการรักษา โดยปกติแล้วหลังจากทำแล้ว จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวทันที ประมาณ 10-20%และจะเห็นชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือนเช่น เดือนและรูขุมขน ริ้วรอยเล็กๆ ค่อยๆจางลง ผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจนมักจะอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน

หากทำหัตถการต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอและดูแลผิวอย่างดี ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานขึ้น การกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและการฟื้นฟูเซลล์ผิวอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์ยาวนานขึ้น

ทำกี่ครั้งเห็นผล?

จำนวนครั้งที่ต้องทำโปรแกรม Oligio ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้ว การทำ โปรแกรม Oligio เดือนละครั้งในช่วงแรกจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น เช่น ริ้วรอยเล็กๆดูลดลง ผิวกระชับมากขึ้น กรอบหน้าเห็นขัดมากขึ้น เป็นต้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวเยอะมาก เช่น ร่องลึก หรือผิวหย่อนคล้อยระดับรุนแรง อาจต้องทำหัตถการบ่อยมากขึ้นในช่วงเริ่มต้น แต่หลังจากที่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้ว การทำ Oligio เพียง 1 ครั้งทุก 4-6 เดือนก็จะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานมากขึ้น

โปรแกรม Oligio ต้องทำบ่อยมั้ย?

แม้ว่าผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Oligio จะไม่ได้อยู่ถาวร แต่ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยจนเกินไป หลังจากทำครั้งแรกและเริ่มเห็นผลลัพธ์แล้ว การทำโปรแกรม Oligio เพียงครั้งเดียวทุก 4-6 เดือนก็เพียงพอในการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน

เทคโนโลยีเด่นของ Oligio คืออะไร?

เทคโนโลยีหลักที่ใช้ในโปรแกรม Oligio คือ การกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน โดยใช้เทคโนโลยี พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency – RF) ในรูปแบบ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวกระชับและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น กระบวนการนี้ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมทั้งบำรุงและกระตุ้นการหมุนเวียนเลือดใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูสดใสและเรียบเนียนขึ้น สำหรับใครที่กังวลว่า โปรแกรม oligio เจ็บไหม คำตอบคือเจ็บน้อยมากเพราะมีระบบ Cooling tip ที่ช่วยปล่อยความเย็นบริเวณผิวที่ทำ ทำให้ความรู้สึกเจ็บน้อยลง ขณะทำจะรู้สึกอุ่นๆโดย ไม่แสบร้อนผิวแต่อย่างใด

ภาพผู้หญิงยิ้มพร้อมเครื่อง Oligio อยู่ด้านหลัง มีข้อความอธิบายข้อควรเตรียมตัว เช่น ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อการระคายเคือง หลีกเลี่ยงแสงแดด และทำความสะอาดผิวหน้า

เตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligio

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Oligio เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง ดังนี้:

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ควรเข้าพบผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ก่อนการทำหัตถการ เพื่อประเมินสภาพผิวและตรวจสอบว่าคุณเหมาะสมกับการทำโปรแกรม Oligio หรือไม่
  • หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว: ก่อนทำการรักษา ควรหยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ผิวบอบบางหรือระคายเคือง เช่น สกินแคร์ที่มีกรดผลไม้ (AHA, BHA) หรือเรตินอล อย่างน้อย 3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด: หลีกเลี่ยงการตากแดดโดยตรงก่อนการทำโปรแกรม Oligio เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิวที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษา
  • ทำความสะอาดผิวหน้า: การทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อนการทำเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้สารที่ใช้ในการรักษาซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพผู้หญิงยืนข้างเครื่อง Oligio พร้อมข้อความอธิบายขั้นตอนการทำ เช่น ทำความสะอาดผิวหน้า ทาเจลเย็น การใช้เครื่อง และทำความสะอาดหลังทำตามขั้นตอนของคลินิก

ขั้นตอนการทำ Oligio

การยกกระชับผิวด้วยโปรแกรม Oligio เป็นกระบวนการที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาสั้น โดยทั้งหมดจะใช้เวลาเพียง 30 นาที และหลังจากการทำเสร็จสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที โดยขั้นตอนการทำโปรแกรม Oligio มีดังนี้

  1. ทำความสะอาดผิวหน้า
    ขั้นตอนแรกผู้ช่วยแพทย์จะทำการทำความสะอาดผิวหน้า หรือ คลีนซิ่ง เครื่องสำอางออกจากใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผิวสะอาดและพร้อมสำหรับการรักษา
  2. ทาเจลเย็น
    หลังจากทำความสะอาดแล้ว จะทาเจลเย็นบริเวณผิวหน้าที่ทำเพื่อช่วยให้การกระจายพลังงานของเครื่องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและป้องกันการระคายเคือง
  3. การใช้เครื่อง Oligio
    แพทย์จะเริ่มใช้หัวทิปของเครื่อง Oligio วางบนผิวบริเวณใบหน้า จากนั้นจะปล่อยพลังงานจากเครื่อง โดยพลังงานที่ใช้จะปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  4. ความรู้สึกระหว่างการทำ
    ขณะทำการรักษาจะรู้สึกอุ่นๆ บริเวณที่ทำเพราะพลังงาน RF จะวิ่งไปที่ใต้ชั้นผิว เกิดความร้อนสะสม จนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neo-collagenesis) โดยในระหว่างทำ Cooling tips บนหัวเครื่อง จะปล่อยไอเย็นออกมาเป็นระยะเพื่อลดอุณหภูมิที่ผิวชั้นบน รวมถึงหัว Tips จะมีระบบตรวจจับความร้อนที่ผิว หากอุณหภูมิเริ่มสูงมากเกินไป 

3. ไม่ต้องพักฟื้นนานสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที 

โปรแกรม Oligio จะยิงพลังงานลงไปที่ผิวชั้นลึกโดยไม่กระทบผิวชั้นบนหรือชั้นหนังแท้ จึงไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้า ทาครีมได้ตามปกติ

ภาพเครื่อง Oligio พร้อมผู้หญิงโพสท่าด้านขวา มีข้อความอธิบายตัวอย่างข้อดีและข้อพิจารณาของการทำหัตถการ เช่น การดูแลผิวด้วยพลังงานความร้อนตามการประเมินของแพทย์ และข้อควรคำนึงด้านค่าใช้จ่ายหรือผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ข้อดีของการทำ โปรแกรม Oligio

1. ยกกระชับผิวและลดริ้วรอย

โปรแกรม Oligio ช่วยยกกระชับผิว ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนและยังช่วยสลายไขมัน ส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงได้อีกด้วย

2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว

พลังงาน RF จะสะสมความร้อนที่ใต้ชั้นผิว ทำให้เกิดการสร้าง Collagen ใหม่ ผิวจึงเกิด

3. ไม่ต้องพักฟื้นนานสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที 

โปรแกรม Oligio จะยิงพลังงานลงไปที่ผิวชั้นลึกโดยไม่กระทบผิวชั้นบนหรือชั้นหนังแท้ จึงไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถแต่งหน้า ทาครีมได้ตามปกติ

ข้อเสียของการทำโปรแกรม Oligio

1. ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว 

ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม Oligio อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวรวมถึงเทคนิคที่แพทย์ใช้ ส่งผลให้ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

2. ค่าใช้จ่ายสูง 

เมื่อเทียบกับหัตถการฉีด หรือ ทรีตเม้นท์อื่นๆ โปรแกรม Oligio จะมีราคาสูงกว่า

3. ผลลัพธ์ไม่ถาวร

แม้ว่าผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดในระยะสั้น แต่ถ้าไม่ดูแลรักษาผิวอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ก็อาจลดลงตามการดูแลของแต่ละบุคคล

สรุป

โปรแกรม Oligio เป็นวิธีที่ดีในการปรับสภาพผิวและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับผิว, ผิวไม่เรียบเนียน, มีริ้วรอย หรืออยากแก้ไขปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ต้องการลดขนาดรูขุมขน ลดเหนียง เป็นต้น ผลลัพธ์จากการทำ โปรแกรม Oligio  สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำและอยู่ได้นานประมาณ4 -6 เดือน หากทำอย่างสม่ำเสมอและดูแลผิวให้ดี ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานขึ้น โดยม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ ผลลัพธ์และระยะเวลานั้นขึ้นอยู่แต่ปัญหาผิวของแต่ละคน สำหรับใครที่ต้องการปรึกษาว่าควรทำถี่แค่ไหนอย่างใด สามารถเข้ามาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญได้ฟรี ไม่มีค่าใช่จ่ายแต่อย่างใด แอดไลน์  @reveriebkk เพื่อปรึกษาทีมแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย