|

ฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร และควรกินอะไรบ้าง ให้เข้าที่ไว ลดบวมเร็ว

ฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไร และควรกินอะไร ให้เข้าที่ไวลดบวมเร็ว!

สำหรับคนที่เพิ่งไปฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้ามา แล้วกังวลใช่ไหมคะ ว่ากินอะไรได้บ้าง กินอะไรแล้วจะบวมกว่าเดิมหรือเปล่า เพราะแน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไว หน้าดูละมุนและสวยเป๊ะตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ต้องบอกเลยค่ะว่าอาหารที่กินหลังฉีดฟิลเลอร์มีผลต่อการเข้าที่และอาการบวมช้ำมากกว่าที่คิดนะคะ หลายคนอาจจะดูแลตัวเองตามที่คุณหมอแนะนำแล้ว แต่มองข้ามเรื่องอาหารการกินไป วันนี้ Reverie Clinic จะมาเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้เลยค่ะ ว่าหลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไรบ้าง และควรกินอะไรดีเพื่อช่วยลดบวมให้ไว, ฟื้นตัวเร็ว และให้ฟิลเลอร์ของเราสวยเนียนเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ!

ทำไมต้องระวังเรื่องอาหารหลังฉีดฟิลเลอร์

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หลังการฉีดฟิลเลอร์ ผิวของเราจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ และร่างกายกำลังอยู่ในกระบวนการปรับตัวและฟื้นฟูค่ะ ตัวฟิลเลอร์ก็ต้องการเวลาในการเซ็ตตัว และผสานเข้ากับเนื้อเยื่อของเรา อาหารบางประเภทมีผลต่อร่างกายโดยตรง เช่น

  • กระตุ้นการอักเสบ หลังฉีดการบวมเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่ถ้าเรากินอาหารแปรรูป หรือของหวานที่มีน้ำตาลเยอะ ๆ มันจะไปกระตุ้นการอักเสบนี้ให้รุนแรงค่ะ
  • ขยายหลอดเลือด อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ และอาหารเผ็ดร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัว มันจะเพิ่มความเสี่ยงที่เลือดจะซึมออกจากหลอดเลือดฝอยที่บอบช้ำจากรอยเข็ม ทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้นค่ะ 
  • เพิ่มการอุ้มน้ำของร่างกาย อาหารที่มีโซเดียมสูง จะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์มากกว่าปกติ ส่งผลให้ใบหน้าดูบวมไม่เห็นทรงฟิลเลอร์ที่คุณหมอปั้นไว้
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อ การทานอาหารที่ไม่สะอาด อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ที่มีแบคทีเรียปนเปื้อน จะเพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย และอาจลุกลามไปที่บริเวณแผลได้

ดังนั้น การใส่ใจเรื่องอาหารการกินในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก จึงเป็นเหมือนตัวช่วยสำคัญ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง และช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้สวยงามยิ่งขึ้นค่ะ และถ้าใครอยากรู้รายละเอียดแบบเจาะลึกว่าฟิลเลอร์คืออะไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไรบ้าง?

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไรบ้าง?

เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่สวย ลดบวมช้ำ นี่คือลิสต์อาหารหลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไรบ้าง ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกค่ะ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข้อนี้สำคัญมากค่ะ ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง และทางที่ดีที่สุดคือ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด (Vasodilation) ทำให้เลือดสูบฉีดแรงขึ้น เมื่อหลอดเลือดขยาย ตัวยาชาที่ผสมในฟิลเลอร์อาจหมดฤทธิ์ไวขึ้น

และที่สำคัญคือ มันเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบวมและรอยช้ำได้ง่ายและชัดเจนกว่าปกติ แถมยังทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งไม่ดีต่อฟิลเลอร์ HA ที่ต้องการน้ำในการเซ็ตตัวให้ฟูสวยด้วยค่ะ

อาหารรสจัด โซเดียมสูง

กลุ่มอาหารรสเค็มจัด, เผ็ดจัด, หวานจัด โดยเฉพาะโซเดียมคือตัวการหลักที่ทำให้ร่างกายบวมน้ำ เพราะว่าโซเดียมจะดึงน้ำเข้ามาเก็บไว้ในเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ซึ่งมีการบวมเล็กน้อยอยู่แล้ว ยิ่งบวมมากขึ้นไปอีก

ตัวอย่างอาหารกลุ่มนี้ที่ควรเลี่ยง เช่น ส้มตำปลาร้า, ยำรสจัด, ของหมักดองทุกชนิด, อาหารแปรรูป, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ขนมถุงกรุบกรอบ และน้ำจิ้มต่าง ๆ

อาหารที่ร้อนจัด

ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนมาก ๆ เนื่องจากความร้อน อาจไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณใบหน้า และอาจส่งผลต่อการเซ็ตตัวของฟิลเลอร์ที่ยังไม่คงที่ ทำให้เกิดอาการบวมเพิ่มขึ้นได้ค่ะ

อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือของแสลง

อาหารที่ไม่สุก, ไม่สะอาด หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อน อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ค่อนข้างยุ่งยากในการรักษา

ตัวอย่างอาหารที่ควรเลี่ยงเด็ดขาด เช่น ปลาร้าดิบ, กุ้งแช่น้ำปลา, แซลมอนดอง, หอยนางรมสด หรือสเต็กแบบแรร์ (Rare) ค่ะ

วิตามินและอาหารเสริมบางชนิด

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ควรหยุด ตั้งแต่ก่อนฉีด 1 สัปดาห์ และต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ เนื่องจากวิตามินและสมุนไพรหลายชนิดมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดหรือทำให้เลือดหยุดไหลช้า

ตัวอย่าง ได้แก่ Vitamin E, น้ำมันปลา, แปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด รวมถึงยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin หรือ Ibuprofen (หากทานควรปรึกษาแพทย์) การทานสิ่งเหล่านี้จะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดรอยช้ำเขียวได้ง่ายและชัดเจนกว่าปกติมากค่ะ

หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรกินอะไรบ้าง? เพื่อให้ลดบวมเร็วขึ้น!

หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรกินอะไรบ้าง?

ในทางกลับกัน ก็มีอาหารหลายอย่างที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไว และลดบวมได้ดีค่ะ

ฟักทองและใบบัวบก

ฟักทองและใบบัวบกถือเป็นของที่ช่วยเรื่องลดบวม ลดช้ำได้ดีมากค่ะ ซึ่งคนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ในใบบัวบกมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง จึงช่วยลดอาการฟกช้ำได้ดี ส่วนฟักทองก็อุดมไปด้วยวิตามิน A ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและลดการอักเสบค่ะ จะทานเป็นอาหาร เช่น นำฟักทองไปนึ่ง หรือดื่มเป็นน้ำสกัดเย็นก็ได้ผลดีทั้งคู่เลยค่ะ

สับปะรด

ในสับปะรดมีเอนไซม์ธรรมชาติที่ชื่อว่า โบรมีเลน (Bromelain) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดการอักเสบและอาการบวมช้ำ นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณหมอมักแนะนำให้ทานสับปะรดหลังการทำหัตถการต่าง ๆ ค่ะ แนะนำว่าควรทานเป็นสับปะรดสดนะคะ (ไม่ใช่แบบกระป๋องในน้ำเชื่อม) เพื่อให้ร่างกายได้รับเอนไซม์นี้อย่างเต็มที่ค่ะ

โปรตีนคุณภาพดี

ในช่วงที่ร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเอง โปรตีนถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นมากค่ะ เพราะโปรตีนคือส่วนประกอบสำคัญที่ร่างกายจะใช้ในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณที่ฉีด

แนะนำเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา, อกไก่, ไข่, เต้าหู้, หรือนมถั่วเหลือง จะช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่บอบช้ำได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

น้ำเปล่า

เหตุผลหลักที่ต้องดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ก็คือ ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติเด่นในการอุ้มน้ำ การดื่มน้ำเปล่าสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ (อย่างน้อยวันละ 1.5 – 2 ลิตร) จะช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ฟูสวยเต็มที่ ดูเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ การดื่มน้ำยังช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินจากอาหารออกไปได้ดีอีกด้วย ช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกายได้อีกทางด้วยค่ะ พยายามจิบน้ำเปล่าสะอาดบ่อย ๆ ตลอดทั้งวันให้เป็นนิสัยนะคะ

สาหร่ายและถั่วดำ

สาหร่ายและถั่วดำเป็นกลุ่มอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ดี เนื่องจากอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็น ซึ่งช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายโดยรวมค่ะ

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รี หรือสตรอว์เบอร์รี ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ที่ช่วยปกป้องเซลล์และสนับสนุนการสมานแผลค่ะ

ดูแลตัวเองยังไง หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์หน้าผาก

เคล็ดลับให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไวขึ้น

นอกจากการใส่ใจเรื่องอาหารการกินแล้ว เคล็ดลับอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันนะคะ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไวและลดบวมได้เร็วที่สุด

  • ประคบเย็นใน 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม
    ใช้เจลเย็นห่อด้วยผ้าสะอาด ประคบเบา ๆ บริเวณข้างเคียงจุดที่ฉีด แต่ไม่ควรกดลงไปตรง ๆ นะคะ ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดบวมและลดช้ำได้ดี
  • นอนหมอนสูง หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง
    ในช่วง 2-3 วันแรก ควรนอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี ลดอาการบวมในช่วงเช้า
  • งดนวดหรือกดแรง ๆ ที่จุดฉีด
    ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ฟิลเลอร์กำลังเซ็ตตัว, การนวด, กด หรือคลึงแรง ๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรงได้ ยกเว้นในกรณีที่แพทย์แนะนำให้ปั้นทรงเองเบา ๆ แบบนั้นได้ค่ะ 
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
    ข้อนี้สำคัญที่สุดค่ะ แพทย์ผู้ทำการฉีดจะรู้เทคนิคและปัญหาของเราดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและไปตามนัด Follow-up เสมอนะคะ

สรุป

การรู้ว่าฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไร และควรกินอะไร ถือเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ไว ลดบวมเร็ว เพียงแค่เลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์, ของหมักดอง หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง และหันมาทานของที่ช่วยลดบวมอย่างน้ำเปล่า, ฟักทอง และสับปะรด ก็ช่วยให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวได้ดี หน้าเข้ารูปไวขึ้นจริง ที่ Reverie Clinic เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการปรับรูปหน้า ดูแลอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมให้คำปรึกษาแบบตรงไปตรงมา ใครที่สนใจอยากเติมฟิลเลอร์ให้สวยละมุน ปลอดภัย มาปรึกษาคุณหมอได้ที่ Reverie Clinic ได้เลยนะคะ

FAQ

สรุปสั้น ๆ อีกครั้ง สิ่งที่ไม่ควรกินเด็ดขาดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก คือ
  1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เกิดอาการบวม หรือช้ำได้ 
  2. อาหารโซเดียมสูง รสเค็มจัด, ของหมักดอง, ส้มตำ หรือยำ เพราะทำให้หน้าบวมน้ำ
  3. อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาจจะมีแบคทีเรียเสี่ยงติดเชื้อได้ค่ะ
  4. อาหารที่ร้อนจัด เป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เป็นตัวการกระตุ้นการอักเสบด้วย
  5. วิตามิน/อาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดยาก Vitamin E, น้ำมันปลา, แปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด รวมถึงยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin หรือ Ibuprofen

ส้มตำโดยเฉพาะส้มตำปลาร้า เป็นอาหารที่มีโซเดียมสูงมาก และอาจมีความเสี่ยงเรื่องความสะอาด (หากใส่ปลาร้าดิบ) แนะนำให้งดอย่างน้อย 7-14 วัน หรือรอจนกว่าอาการบวมจะหายไปจนเกือบเป็นปกติก่อน เพื่อป้องกันอาการหน้าบวมฉุจากโซเดียมค่ะ

อย่างน้อยที่สุด ควรงด 48-72 ชั่วโมง หรือ 2-3 วัน เพื่อลดความเสี่ยงบวมช้ำในระยะแรก แต่ทางที่ดีที่สุดที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำควรงด 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่ารอยช้ำและอาการบวมจะหายเป็นปกติค่ะ

หมูกระทะ/ชาบู มีความเสี่ยง คือ ความร้อน, โซเดียม จากน้ำจิ้ม และอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ หากเราปิ้งย่างไม่สุกพอ แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงไปก่อนอย่างน้อย 7 วันค่ะ

ระยะเวลางดโดยทั่วไปจะแตกต่างกันไปตามประเภทของอาหารค่ะ
  • แอลกอฮอล์ งดเข้มงวด 3 วัน, แนะนำ 1-2 สัปดาห์
  • อาหารรสจัด/โซเดียมสูง/ของหมักดอง แนะนำ 7-14 วัน รอให้หายบวมก่อนค่ะ
  • อาหารดิบ/กึ่งสุก แนะนำ 7 วัน รอให้รอยเข็มปิดสนิทนะคะ
  • วิตามินที่มีผลต่อเลือด แนะนำ 1 สัปดาห์ ทางที่ดีที่สุดคือ รอจนกว่าอาการบวมช้ำจะหายเป็นปกติ แล้วค่อย ๆ กลับมาทานได้ค่ะ